แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Messages - teareborn

หน้า: [1] 2 3 ... 43
1

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรรสสุคนธ์แดง[/url][/size][/b]
รสสุคนธ์แดง Tetracera indica (Christm. et Panz.) Merr.
บางถิ่นเรียก รสสุคนธ์แดง (จังหวัดกรุงเทพมหานคร) เครือปดโป้ (จังหวัดชุมพร) เถาอรคนธ์ (กลาง) ปดลื่น (จังหวัดยะลา ปัตตานี) ย่านปดโป้ (ใต้) เขตเปล้า (จังหวัดตรัง) อรคนธ์ (กรุงเทพมหานคร).
   ไม้เถา เนื้อแข็งขนาดกึ่งกลาง. ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่ปนรูปหอก รี ขอบขนาน หรือ รูปไข่กลับ ปลายใบแหลม หรือ มน ปลายสุดเป็นติ่งแหลม ขอบของใบหยักเล็กๆและก็มีติ่งแหลมเล็กๆยื่นออกไปเหมือนกับปลายใบ โคนใบมน หรือ สอบแคบ ใบกว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 5-12.5 ซม เส้นใบมี 6-11 คู่ ใบสะอาดทางข้างบน มีขนตามเส้นใบทางข้างล่าง. สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ แล้วก็ที่ยอด ช่อยอด 2.5-5 เซนติเมตร มีดอกช่อละ 5-6 ดอก กลิ่นหอมสดชื่น กลีบรองกลีบดอกไม้ 4-5 กลีบ รูปไข่กลับ ด้านในสะอาด ปลายกลีบมักมีสีแดง กลีบดอก 4-5 กลีบ รูปไข่กลับ ด้านในเกลี้ยง ปลายกลีบมักมีสีแดง กลีบดอกไม้ 4-5 กลีบ รูปไข่กลับ ปลายกลีบมน หรือ หยักเว้าเล็กน้อย ยาว 8-10 มิลลิเมตร สีขาว หรือ ขาวปนชมพู เกสรผู้รูปกระบองยาว เยอะๆ เกลี้ยง ปลายสีชมพูเข้ม รังไข่รูปไข่ หลอดท่อรังไข่ยาวเล็ก. ผล ดอกหนึ่งๆเมื่อเจริญไปได้ผลสำเร็จแล้ว จะให้ผล 1-4 ผล ไม่ชิดกัน ผลเป็นรูปไข่ ปลายแหลมเป็นจงอย ผิวเนียนเป็นเงา หรือ มีขนนิดหน่อย ผลอ่อนสีเขียว สุกสีน้ำตาลปนแดง.

นิเวศน์วิทยา
: เกิดตามท้องทุ่ง ป่าละเมาะ รวมทั้งป่าเบญจพรรณทางภาคใต้.
สรรพคุณ : ต้น น้ำสุกทั้งยังต้น กินแก้อาการแท้งลูกภายในปอด รวมทั้งใช้อมล้างคอ แก้แผลในปาก ใบ แล้วก็ราก ตำเป็นยาพอกผิวหนัง แก้ผื่นคัน ดอก เข้ายาหอมเป็นยาบำรุงหัวใจ

2

สมุนไพรรสสุคนธ์
รสสุคนธ์ Tetracera loureiri (Fin. & Gagnep.) Pierre ex Craib
บางถิ่นเรียก รสสุคนธ์ มะตาดเครือ รสสุคนธ์ขาว เครื่องหอม เสาวรส (จังหวัดกรุงเทพมหานคร) เถากะโป้ปดใบเลื่อม (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) บอผสม อรคนธ์ (จังหวัดตรัง) ปดโป้คาย โกหกเลื่อน (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) โป้ปดน้ำมัน (จังหวัดปัตตานี) ปะละ สะปัลละ (มลายู-จังหวัดนราธิวาส) ย่านโป้ปด (นครศรีธรรมราช).
ไม้เถา เนื้อแข็งขนาดกลาง. ใบ โดดเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปรี กว้าง 4-7 ซม. ยาว 7-16 ซม. ปลายใบแหลมเป็นติ่งสั้นๆขอบของใบจัก โคนใบเรียวแหลม เส้นใบมี 7-10 คู่ เรียงขนานกัน ใบสากอีกทั้งข้างบนและก็ข้างล่าง สีเขียวเข้ม ใบแห้งสีออกน้ำตาล ก้านใบยาว 5-10 มิลลิเมตร ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] และปลายกิ่ง ช่อยาว 4-15 เซนติเมตร มีใบประดับรูปยาวแคบอยู่ที่โคนก้านดอก ก้านดอกเล็ก ยาว 3-5 มิลลิเมตร กลีบรองกลีบดอกไม้มี 5 กลีบ รูปรี โค้ง ขอบกลีบมีขน ติดทน กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว บาง รูปเสมือนกลีบรองกลีบดอกไม้ แม้กระนั้นร่วงง่าย เกสรผู้มีเยอะมาก ก้านเกสรเล็กเหมือนเส้นด้าย แต่ปลายมีขนาดโตกว่าโคน อับเรณูติดอยู่กับปลายยอด รังไข่รูปไข่ ค่อนข้างจะเบี้ยว สะอาด ภายในมี 1 ช่อง มีไข่อ่อน 10-12 หน่วย เรียงเป็น 2 แถว ท่อรังไข่ยาวเล็กราวกับด้าย. เม็ด รูปไข่ มี 1-2 เม็ด มีเนื้อห่อหุ้ม เมื่อสุกเนื้อห่อมีสีแดง.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วไปในป่าละเมาะ ป่าผลัดใบ และก็ปลูกเป็นไม้ประดับ.
คุณประโยชน์ : ดอก ใช้เข้ายาหอมเป็นยาบำรุงหัวใจ แก้อาการเป็นลมอ่อนเพลีย โดยธรรมดาจะใช้ควบไปกับดอกรสสุคนธ์แดง

Tags : สมุนไพร

3

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url]มันเสา[/url]
มันเสา Dioscorea alata Linn.
ชื่อพ้อง D. atropurpurea Roxb. D. globosa Roxb.
บางถิ่นเรียกว่า มันเสา มันงู มันจาวมะพร้าว มันมือหมี มันเลือดไก่ (กลาง) นอย (กะเหรี่ยง-จังหวัดเชียงใหม่) มันเขาวัว มันแข้งช้าง มันตีนช้าง มันเลี่ยม (เหนือ) มันดอกทอง (จังหวัดโคราช) มันแถบ (จังหวัดปราจีนบุรี) มันทู่ (นครศรีธรรมราช) มันดูเชิง (สระบุรี) มันหวาย (เลย) ยวยหมี่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน).
ไม้เถา มีหัวใต้ดิน หัวมีรูปร่างต่างๆกัน อาทิเช่น ทรงกระบอก กลม รูปชมพู่ เป็นพู หรือแฉก รูปนิ้วมือ ฯลฯ ผิวสีน้ำตาล หรือ ดำ ขาว สีงา หรือ ม่วง ไม่มีพิษ ไม่มีขน ลำต้นสี่เหลี่ยม ไม่มีหนาม ตามเหลี่ยมเป็นครีบ ครีบเป็นคลื่น มีหัวเกิดตามง่ามใบ กว้าง 1 ซม. ยาว 4 ซม. ใบ เป็นใบลำพัง ใบที่อยู่โคนต้นเรียงสลับกัน ใบที่อยู่เหนือขึ้นไปเรียงเป็นคู่ตรงข้ามกัน รูปไข่ปนสามเหลี่ยม หรือ ปนลูกศร รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม หรือขอบขนานปนรูปไข่ กว้าง 6-15 เซนติเมตร ยาว 8-22 เซนติเมตร โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ เป็นติ่งหู หรือ โคนตัด ขอบของใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลม มีเส้นใบ 5 เส้น นูนเห็นชัดอีกทั้งข้างบน รวมทั้งด้านล่าง แผ่นใบ และก้านใบสีเขียวอ่อน ก้านใบยาวใกล้เคียงกับแผ่นใบ มีครีบ บิด โคนก้านใหญ่. ดอก ออกตามง่ามใบ สมุนไพร ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อ ยาว 15-25 ซม. ก้านช่อสีเขียว ไม่มีขน, มีครีบ กลีบดอกมี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น เกสรผู้ 6 อัน. ดอกเพศภรรยา ออกเป็นช่อ ดอกไม่มีก้าน แต่ละช่อมี 8-14 ดอก กลีบดอกไม้มีลักษณะเสมือนดอกเพศผู้ รังไข่มี 3 ช่อง ปลายท่อรังไข่มี 3 แฉก. ผล มีปีกโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลม 3 ปีก, ปีกกว้าง 1.5-2.0 ซม., ยาว 1.7-2.5 ซม. ปลายเผาเว้าเล็กน้อย โคนกลมเป็นติ่งแหลมสั้นๆเมล็ดมีปีก.

นิเวศน์วิทยา
: พบได้ทั่วไปในไร่ร้าง และก็ปลูกกันบ้าง.
สรรพคุณ : หัวใต้ดิน เมื่อทำให้สุกกินได้ และใช้ทำแยมได้ดีด้วยเหตุว่าเหนียวมาก มีคุณประโยชน์เป็นยาขับพยาธิ แก้โรคเรื้อน แล้วก็ริดสีดวงทวาร ใช้รับประทานภายหลังฟื้นไข้ด้วยอาการไอเป็นเลือด รวมทั้งโรคไต หรือ ม้ามอักเสบ

4

สมุนไพรมันขมิ้น
มันขมิ้น Dioscorea bulbifera Linn.
บางถิ่นเรียกว่า มันขมิ้น ว่านพระฉิม ว่านสามพันตึง (กึ่งกลาง) เดะควา (กะเหรี่ยง-จังหวัดเชียงใหม่) มะมู หำเป้า (เหนือ) มันกะทาด (จังหวัดนครราชสีมา) มันแตกเลือด มันเสิน (นครศรีธรรมราช) มันหลวง (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) มันอีคุยอวด (สุโขทัย) มันอีลุ้ม (เมืองจันท์)ละผัว เล่าะแจ๊มื่อ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) อีรุมปุมเป้า (จังหวัดปราจีนบุรี).
ไม้เถา ลำต้นสีน้ำตาลอมเหลือง มีหัวออกตามง่ามใบด้วย หัวกลุ่มนี้รูปไข่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.6-2.4 เซนติเมตร เมื่อยังอ่อนอยู่ผิวเป็นปุ่มๆก้าวหน้าสุดกำลังแล้วผิวจะเรียบ เนื้อสีเหลืองอ่อน หรือ มีทาสีม่วง เมื่อตัดผ่านจะกลายเป็นสีส้ม มีน้ำเมือกมากมาย เป็นพิษ มีหัวใต้ดินรูปกลมแป้น หรือ รูปน้ำเต้าคอชะลูด ภายนอกมีรากสั้นๆหนาแน่น มีขนาดใหญ่ บางโอกาสหนักถึง 1 กิโลกรัม ใบ คนเดียว เรียงสลับกัน รูปหัวใจกลม หรือ หัวใจยาว กว้าง 5-20 ซม. ยาว 7-25 เซนติเมตร โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลม เส้นใบ 7-9 เส้น ออกมาจากโคนใบ โค้งตามขอบใบไปยังปลายใบ เส้นแขนงใบเห็นชัด ผิวใบข้างบนวาว สะอาด ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ บางครั้งบางคราวโคนก้านใบแผ่แบนออกเป็นปีก 2 ข้าง ลักษณะก็จะคล้ายติ่งหู ไม่มีขน. สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกเพศผู้ และก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ช่อดอกยาว 5-13 ซม. ก้านช่อยาว 1-2.5 เซนติเมตร ดอกสีขาวปนเขียวอ่อน หรือ แกมม่วง จำนวนมาก ไม่มีก้านดอก กลิ่นหอมยวนใจ แต่ละดอกมีใบแต่งแต้มรูปไข่ปลายแหลม 1 ใบติดอยู่กับฐานดอก; กลีบ 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น รูปยาวแคบ หรือ รูปหอก เนื้อกลีบครึ้ม. ดอกเพศเมีย ช่อดอกยาว 10-20 เซนติเมตร ที่ฐานดอกมีใบประดับ 1 ใบ กลีบดอกไม้ 6 กลีบ รูปยาวแคบ. ผล รูปขอบขนาน กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 1.5-2.5 ซม. มักจะมีจุดประสีน้ำตาลแกมเหลือง ปลายท่อเกสรภรรยามี 6 แฉก ใบหล่นง่าย. เมล็ด มีปีก.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบทั่วๆไป.
คุณประโยชน์ : หัวใต้ดิน เมื่อทำให้สุกกินได้ มีสรรพคุณทางยาเป็นยาขับปัสสาวะ แก้บิด ลำไส้อักเสบ ริดสีดวงทวาร บำรุงธาตุ แก้น้ำเหลืองเสีย ขับพยาธิ เจริญอาหาร แก้ปวดท้อง ท้องย้อย เป็นยาขม ยาเย็น และก็ขับน้ำนม หั่นเป็นแผ่นบางๆใช้ปิดแผลแก้อักเสบได้

5

สมุนไพรมันมือเสือ
มันมือเสือ Dioscorea esculenta (Lour.) Burk.
บางถิ่นเรียกว่า มันมือเสือ (กลาง) มันกะซาก (จังหวัดสระบุรี) มันจ้วก หนามจ้วก (เหนือ) มันมุ้ง (กลาง) มันอีเพิ่ม (ปราจีนบุรี) มันอีมุ้ง (กึ่งกลาง ชลบุรี).
   ไม้เถา มีหัวใต้ดินขนาดใหญ่ รูปร่างต่างๆกัน กลม แป้น ทรงกระบอกสั้นๆหรือ เป็นพู หัวมีผิวบาง สีน้ำตาล หรือ น้ำตาลอมเทา หยาบคาย มักมีส่วนของรากติดอยู่ ผิวมีรสขมบางส่วน เนื้อสีขาว รสหวาน กินได้ ลำต้นกลม มีขน รูป T รอบๆใกล้โคนต้นมีหนามงอๆยาวราวๆ 0.6 เซนติเมตร ตอนบนสีเขียวอ่อน หรือ อมม่วง. ใบ ลำพัง เรียงสลับกัน สีเขียวอมเหลือง รูปกลม หรือ รูปไข่ป้อม ปลายใบเรียวแหลม ขอบของใบเรียบ หรือเว้าลึก โคนใบเว้าลึกเป็นรูปหัวใจ หรือ รูปติ่งหู กว้าง 6-15 เซนติเมตร ยาว 5-13 เซนติเมตร ด้านบนสะอาด หรือมีขนบางส่วน ด้านล่างมีขนสีขาวๆหรือ เหลืองอ่อน เส้นใบออกมาจากโคนใบ 7-13 เส้น ก้านใบสีเขียว ยาว 2.5-8 เซนติเมตร ด้านบนมีร่องตามยาว ใบแก่มีหนามที่ฐาน ใบอ่อนไม่มีหนาม. ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ไม่แตกกิ่งก้านสาขา ดอกเพศผู้ และดอกเพศภรรยาอยู่บนต้นเดียวกัน. ดอกเพศผู้ ช่อดอกยาวได้ถึง 20 เซนติเมตร มีจำนวนดอกถึง 70 ดอก แกนช่อเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบตกแต่งรูปไข่ปลายแหลม ยาว 2.5 มิลลิเมตร ด้านนอกมีขน; ก้านดอกยาวได้ถึง 1.25 มิลลิเมตร มีขน แต่โดยมากจะไม่มีก้านดอก; ดอกจะติดเดี่ยวๆตามแกน อาจจะมีบ้างเป็นส่วนน้อยที่ติด 2-4 ดอก; ฐานรองดอกเป็นรูปถ้วยตื้นๆกลีบมี 6 กลีบ กลีบดอกชั้นนอก รูปหอกค่อนข้างจะกว้าง ปลายแหลม ยาวราว 1.7 มม. กลีบชั้นในสั้น เกสรผู้ 6 อัน ใกล้กับท่อกลีบ ก้านเกสรยาว 1 มิลลิเมตร งอ. สมุนไพร ดอกเพศภรรยา ออกเป็นช่อใกล้ยอด ยาวได้ถึง 40 เซนติเมตร แกนช่อเป็นเหลี่ยมน้อย; ใบเสริมแต่งรูปไข่ปลายแหลม ยาวราว 2 มิลลิเมตร ก้านดอกสั้นมาก ฐานรองดอกไม่เป็นรูปถ้วย กลีบดอกไม้ชั้นนอกรูปไข่ปนรูปหอก ปลายกลีบมน ยาวราวๆ 1.5 มิลลิเมตร กลีบชั้นในปลายกลีบแหลม มีเกสรผู้ฝ่อเล็กๆ6 อัน ปลายเกสรภรรยาเป็นของอๆ3 คู่ รังไข่มีขน. ผล เป็นรูปหัวใจกลับ กว้าง 12-22 มิลลิเมตร ยาว 15-27 มม. เมล็ด มีปีก.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบ และก็ปลูกันบ้าง.
คุณประโยชน์ : หัวใต้ดิน เมื่อทำให้สุกกินได้ มีวิตามินบีสูง น้ำสุกหัว กินแก้โรคปวดข้อ โรคไต  ขับเยี่ยว และก็คุ้มครองป้องกันการขาดวิตามินบี 1 หั่นเป็นแผ่นบางๆใช้ปิดบริเวณที่อาการอักเสบ บวมแดง

6

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรกลอย[/url][/color][/size][/b]
กลอย Dioscorea hispida Dennst.
บางถิ่นเรียก กลอย มันกลอย (ทั่วไป) กลอยข้าวเหนียว กลอยหัวเหนียว (นครราชสีมา) กลอยนก กอย (เหนือ) คลี้ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน).
            ไม้เถา ลำต้นกลม มีหนาม หัวใต้ดินโดยมากกลม บางเวลาเป็นพู หรือ ยาว เกิดใกล้ผิวดิน เปลือกสีฟาง หรือ เทา บาง เนื้อขาว หรือ เหลืองอ่อนอมเขียว เป็นพิษ. ใบ เรียงสลับกัน มีใบย่อย 3 ใบ ใบย่อย ใบกลางรูปรี หรือ รีปนขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม ขอบของใบเรียบ โคนใบแหลม กว้าง 6-15 เซนติเมตร ยาว 8-25 เซนติเมตร เส้นใบเรียงตามแนวยาว 3-5 เส้น ข้างล่าง ตามเส้นใบใหญ่ๆมีหนาม ใบย่อย 2 ข้าง รูปไข่ รูปไข่กลับ หรือ ออกจะเป็นรูปหัวใจ เบี้ยว ปลายแหลม โคนกลม สั้นกว่าใบกึ่งกลาง แต่กว้างกว่า มีเส้นใบตามแนวยาว 4-6 เส้น ใบอ่อนด้านบนมีขน ใบแก่หมดจด ก้านใบยาว 7-14 ซม. กลม มีขน ก้านใบแก่มีหนา หัวด้านหลังโป่งบางส่วน ก้านใบย่อยยาว 0.5-1 ซม. ดอก เล็ก สีเขียว ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. สมุนไพร ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อซ้อน 2-3 ชั้น ยาวได้ถึง 40 เซนติเมตร ดอกตั้ง มีใบเสริมแต่งติดอยู่กับฐาน ลักษณะก็จะคล้ายถุง ปลายแหลม ข้างนอกมีขน กลีบชั้นนอกกลม กลีบดอกที่อยู่ชั้นใน รูปยาวกว่าชั้นนอกน้อย เกสรผู้ 6 อัน ยาวราว 0.5 มม. ดอกเพศภรรยา ออกเป็นช่อชั้นเดียวเดียวๆดอกชี้ลงดิน กลีบดอกเสมือนดอกเพศผู้ เกสรภรรยามีขน ปลายแยกเป็น 2 แฉก. ผล รูปคล้ายน้ำเต้าคอชะลูด กว้างโดยประมาณ 2 ซม. ยาว 5.5 ซม. ผิวเกลี้ยง สีน้ำผึ้ง มีปีก. เมล็ด มีปีก.

นิเวศน์วิทยา
: เกิดดังที่ลุ่มต่ำทั่วไป และก็ตามไร่ร้าง.
คุณประโยชน์ : ราก บดให้ละเอียด (โดยผสมกับน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าว ใบยาสูบ ใบลำโพง หรือ (พริก) ใช้ทาพอกแผล เพื่อฆ่าหนอนในแผลสัตว์เลี้ยง หัวใต้ดิน หัวสดเป็นพิษมากมาย  ถ้าหากหั่นเป็นแผ่นบางๆแล้วแช่ทิ้งไว้ในทางน้ำไหลสัก 2-3 วัน ล้างให้สะอาด ทำให้สุกแล้วกินได้ น้ำสุกหัว รับประทานแก้น้ำเหลืองเสีย ขับเยี่ยว แก้ปวดตามข้อ. ฝีมะม่วง และใช้ร่วมกับหัวข้าวเย็นเหนือ แล้วก็ข้าวเย็นใต้ รักษาโรคโรคซิฟิลิส หั่นเป็นแผ่นบางๆใช้ปิดแก้บวมอักเสบ ทั้งต้น เป็นพิษมากมาย

7

สมุนไพรมันคันขาว
มันคันขาว Dioscorea pentaphylla Linn.
บางถิ่นเรียก มันคันขาว (สุพรรณบุรี) กอยขี้กุ้ง มะมู่ มันหมักไก่ มันหมักบุก มันหมักมู่ หมักโก้ (จังหวัดเชียงใหม่) มันกู้ มันจ้วก (จังหวัดลำปาง) มันสือ (นครศรีธรรมราช) มันหิ่ง มันอ้อน มันอีมู่ (แม่ฮ่องสอน เลย).
ไม้เถา มีหนามตามโคนต้น ต้นอ่อนมีขน ต้นแก่เกลี้ยง มีหัวเกิดตามง่ามใบบนลำต้นมาก รูปกลม หรือ รีป้อมๆผิวสีน้ำตาล เนื้อสีเหลือง มีหัวใต้ดิน หัวมีรูปร่างต่างๆกัน. ใบ มีใบย่อย 3-5 ใบ ใบย่อยใบกึ่งกลางรูปหอกกลับค่อนข้างจะกว้าง หรือ รูปไข่กลับปลายแหลม วัวนมน หรือ กลม; มีขนาดกว้าง 1-4.5 ซม. ยาว 4-15 เซนติเมตร ใบย่อยที่อยู่ 2 ข้าง ภายนอกเบี้ยว ใบอ่อนมีขนทั้ง 2 ด้าน ใบแก่ด้านบนเกลี้ยง ก้านใบสั้นกว่าใบย่อยใบกึ่งกลาง ก้านใบย่อยยาว 3-5 มิลลิเมตร สมุนไพร ดอก ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศ ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง กลิ่นหอมสดชื่น ดอกรูปกลม เล็ก มากมาย เรียงกันแน่น มีใบประดับประดาติดอยู่ที่โคนดอก ก้านดอกยาวเพียง 0.5-1 มิลลิเมตร กลีบดอกไม้ 6 กลีบ กลีบที่อยู่ภายนอกรูปหอกกว้าง ปลายแหลม ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร กลีบที่อยู่ข้างในกว้าง ปลายทื่อ เกสรผู้ 6 อัน 3 อันฝ่อ ยาวกว่า 3 อันที่บริบูรณ์ ติดอยู่กับฐานของกลีบดอก; อับเรณูยาวกว่าก้านเกสร. ดอกเพศภรรยา ออกเป็นช่อตามง่ามใบ 1-3 ช่อ ยาวได้ถึง 25 ซม. มีขน กลีบดอกไม้มีลักษณะราวกับดอกเพศผู้ รังไข่ไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2 หน่วย; ท่อเกสรสั้น มี 3 แฉก. ผล รูปยาว ปลายกลม ยาว 20 มิลลิเมตร มีครีบตามทางยาวกว้างราวๆ 6 มิลลิเมตร เม็ด มีปีกจนกระทั่งฐาน.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าละเมาะ แล้วก็ไร่ร้าง.
คุณประโยชน์ : หัวใต้ดิน เมื่อทำให้สุกกินได้ หั่นเป็นแผ่นบางๆปิดรอบๆที่มีอาการอักเสบ บวมแดง

8

สมุนไพรตะเคียนหิน
ตะเคียนหิน Hopea ferrea Laness
บางถิ่นเรียก ตะเคียนหิน (ใต้) เคียนทราย (จังหวัดตราด จังหวัดตรัง) ตะเคียนหนู (นครราชสีมา) เหลาเตา (สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช).
ไม้ใหญ่ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15-30 ม. ลำต้นเปลา ตรง รวมทั้งมักบิด โคนเป็นพอนต่ำๆหรือ ไม่มีเลย เรือนยอดเป็นพุ่มกลม หรือ รูปกรวยแหลม มองเห็นสีแตงอ่อนในระยะที่ผลิใบใหม่ๆกิ่งอ่อนเรียบ มีขนห่างๆ เปลือกสีน้ำตาลแก่แตกล่อนเป็นสะเก็ด. ใบ รูปไข่ปนรูปหอก กว้าง 2.5-3 เซนติเมตร ยาว 6-8.5 ซม. โคนใบมนกว้าง แล้วก็ค่อยๆเรียวไปทางปลาย ปลายสุดหยักเป็นติ่งทื่อๆเนื้อใบออกจะบาง เกลี้ยง เป็นเงาทั้งสองด้าน ใบอ่อนสีแดงเรื่องๆใบแห้งสีเขียวอ่อน เส้นแขนงใบมี 8-10 คู่ เส้นเล็กอ่อน ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ แล้วก็ปลายกิ่ง สมุนไพร ดอกตูมกลม โตไม่เกิน 0.2 เซนติเมตร โคนกลีบรองกลีบเชื่อมชิดกันเป็นรูปกรวย ปลายแยกเป็น 5 แฉก มีขนกระจาย กลีบดอกภายนอกมีขนนุ่ม ข้างในหมดจด กลีบยาวโดยประมาณ 2 เท่าของกลีบรองกลีบดอก ก้านดอกสั้น มองไม่เห็น มีขนนุ่มทั่วๆไปตามก้านช่อดอก. ผล รูปขอบขนาน กว้างโดยประมาณ 0.3 ซม. ยาวประมาณ 1.4 ซม. ปลายเป็นติ่งแหลม มีขนเล็กน้อย ปีกยาว 2 ปีก รูปขอบขนานปนรูปไข่กลับ กว้างราว 1.2 ซม. ยาวโดยประมาณ 4 ซึม เส้นปีกมี 8 เส้น.

นิเวศน์วิทยา
: พบขึ้นในป่าดิบแล้ง จากที่ลาดตีนเขา ที่มีการระบายน้ำดี มีกระจัดกระจายตามสันเขา รวมทั้งที่ราบ เหนือระดับน้ำทะเล 100-350 มัธยม ทางภาคเหนือ ทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ การขยายพันธุ์ของไม้ประเภทนี้ดีมาก และก็เป็นพันธุ์พืชที่เข้าไปแทนที่จำพวกไม้เดิมของป่านั้นๆทางภาคใต้เจอขึ้นตามเขาหินปูนทั่วๆไป.
คุณประโยชน์ : ต้น มียางไม้ที่มีกลิ่นหอมมากมาย แก่นใช้เป็นเครื่องยา รักษาโรคเลือดลม แก้กษัย น้ำสุกเปลือกใช้ชะล้างบาดแผลเรื้อรัง แล้วก็ผสมกับเกลือ อมเพื่อคุ้มครองปกป้องฟันหลุด เพราะได้รับสารปรอทเข้าไป ดอก ใช้เข้ายาไทยเป็นเกสรมากมายก่ายกอง

Tags : สมุนไพร

9

สมุนไพรตะเคียนทอง
ตะเคียนทอง Hopea odorate Roxb.
บางถิ่นเรียก ตะเคียนทอง ตะเคียน ตะเคียนใหญ่ (กึ่งกลาง) กะกี้ โกกี้ (กะเหรี่ยง-จังหวัดเชียงใหม่) แคน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) จะเคียน (เหนือ) จูเค้ โซเก (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี) ไพร (ละว้า-เชียงใหม่)
   ต้นไม้ ขนาดใหญ่ สูง 20-40 ม. ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ กลม หรือ รูปเจดีย์ต่ำๆเปลือกครึ้ม สีน้ำตาลดำ แตกเป็นสะเก็ด กะพี้สีน้ำตาลอ่อน แก่นสีน้ำตาลอมเหลือง. ใบ รูปไข่แกมรูปหอก หรือ รูปกระบี่ กว้าง 3-6 ซม. ยาว 10-14 เซนติเมตร เนื้อใบค่อนข้างครึ้ม ปลายใบเรียว โคนใบมน ป้านแล้วก็เบี้ยว หลังใบมีตุ่มสะอาดๆตามง่ามเส้นแขนงใบ เส้นกิ้งก้านใบมี 9-13 คู่ ปลายโค้งแต่ไม่ถึงกัน. [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอก เล็ก สีขาว กลิ่นหอมยวนใจ ออกเป็นช่อยาวตามง่ามใบ และปลายกิ่ง ก้านช่อดอก ก้านดอก และก็กลีบรองกลีบ มีขนนุ่ม กลีบรองกลีบดอก 5 กลีบ ยาวแทบเสมอกันโคนเชื่อมชิดกันเป็นรูปถ้วยตื้นๆกลีบ 5 กลีบ ปลายกลีบบิดไปทางเดียวกัน โคนกลีบประสานเหลื่อมล้ำกัน; มักมีขนเป็นเส้นไหม เกสรผู้ส่วนมากมี 15 อัน. ผล รูปไข่ กว้าง 0.6 ซม. ยาว 1 ซม. สะอาด ปลายมนเป็นติ่งคล้ายหนามแหลม อยู่ด้านในกลีบรองกลีบดอกที่ขยายตัวออกเป็นปีกกว้างค่อยๆเรียวสอบมาทางโคนปีก เส้นปีกตามแนวยาวมี 7 เส้น ปีกสั้นมีความยาวไม่เกินความยาวของตัวผล.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามที่ราบ หรือ ค่อนข้างราบ ใกล้ชายน้ำในป่าดงดิบทั่วไปในประเทศ.
สรรพคุณ : ต้น มี oleoresins มีฤทธิ์เป็น antiseptic ใช้ทาแผลแก้อักเสบ และก็ห้ามเลือด น้ำสุกเปลือก เป็นยาฝาดสมาน ใช้อมกลั้วคอ แก้เหงือกอักเสบ

Tags : สมุนไพร

10

สมุนไพรเต็ง
เต็ง Shorea obtuse Wall.
บางถิ่นเรียก เต็ง (กลาง) เคาะเจื้อ เอื้อ (ละว้า-จังหวัดเชียงใหม่) งัดแงะ (เหนือ) จิก (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ชันตก (ตราด) เต็งขาว (ขอนแก่น) เน่าใน (แม่ฮ่องสอน) ประจั๊ด (เขมร-จังหวัดบุรีรัมย์) ประเจิ๊ก (เขมร-จังหวัดสุรินทร์) พะเจ๊ก (เขมร-พระตระบอง) ล่าไน้ (กะเหรี่ยง) แลเน่ย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เหล่ไน้ (กะเหรี่ยง-เหนือ) อองแกงเลียงยง (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี).
     ไม้ใหญ่ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 มัธยม ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกว้างๆเปลือกสีน้ำตาลคละเคล้าเทา แตกเป็นร่อง แล้วก็เป็นสะเก็ดครึ้ม มักตกชันสีเหลืองขุน กะพี้สีน้ำตาลอ่อน แก่นสีแก่. ใบ รูปขอบขนาน หรือ รูปไข่กลับ กว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว 10-16 เซนติเมตร เนื้อใบหนา ใบอ่อนมีขนห่างๆ ปลายใบ สมุนไพร แล้วก็โคนใบมน เส้นแขนงใบมี 12-15 คู่. ดอก เล็ก สีขาว ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ช่อดอกมีขนนุ่ม ก้านดอกสั้นมาก กลีบรองกลีบดอก 5 กลีบ ชายกลีบซ้อนทันกัน กลีบ 5 กลีบ เรียงเวียนไปทางเดียวกัน เกสรผู้มี 20-25 อัน อับเรณูรูปไข่รีๆรังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2. ผล รูปไข่ปลายแหลม ปีกยาว 3 ปีก รูปไข่กลับรีๆหรือ รูปใบพาย กว้าง 1 ซม. ยาว 6 เซนติเมตร แต่ละปีกมีเส้นตามยาว 9 เส้น.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณแล้ง บนดินแดง เขาหินทราย ปะปนอยู่กับพวกไม้รัง เหียง พลวง.
สรรพคุณ : ต้น เปลือกฝนกับน้ำปูนใส รับประทานเป็นยาฝาดสมาน แก้ น้ำเหลืองเสียรวมทั้งช่วยห้ามเลือด

Tags : สมุนไพร

11

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรพะยอม[/url][/size][/b]
พะยอม Shorea roxburghii G. Don
ชื่อพ้อง S. Floribunda Kurz
บางถิ่นเรียก พะยอม (กึ่งกลาง) กุยอม (เชียงใหม่) ขะยอม (ลาว) ขะยอมป่าดง พะยอมป่า (เหนือ) แคน (เลย) เชียง เซี่ยว (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) พะยอมทองคำ (สุราษฎร์ธานี ปราจีนบุรี) ยางหยวกกล้วย (น่าน).
ไม้ต้น ขนาดกึ่งกลางถึงขั้นใหญ่ สูง 15-30 ม. ผลัดใบ ลำต้นตรง กิ่งอ่อนเกลี้ยง เรือนยอดเป็นพุ่มไม้กลม เปลือกครึ้ม สีน้ำตาล หรือ เทา เป็นสะเก็ดดก รวมทั้งแตกเป็นร่องตามแนวยาว.สมุนไพร ใบ รูปขอบขนานแคบๆกว้าง 3.5-4 ซม. ยาว 8-10 ซม. โคนใบมน ปลายใบมน หรือ หยัก ปลายสุดเป็นติ่งสั้นๆขอบของใบมักเป็นคลื่น เนื้อใบสะอาดเป็นเงา มีเส้นกิ้งก้านใบ 15-20 คู่ แล้วก็โค้งขนานไปสู่ขอบของใบ ก้านใบยาว 2-2.5 ซม. ดอก สีขาว กลิ่นหอมจัด ออกเป็นช่อใหญ่ตามปลายกิ่ง หรือ เหนือรอยแผลใบ กลีบรองกลีบหมดจด สีคล้ำ มี 5 กลีบ ขอบหยักเป็นฟันเลื่อย กลีบ 5 กลีบ บิดเวียนกัน เกสรผู้ 15 อัน รังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2 ก้านดอกยาว 1.5 ซม. ผล รูปกระสวยปลายแหลม กว้างประมาณ 1.2 เซนติเมตร ยาว 2 เซนติเมตร ปีกยาว 3 ปีก กว้างราว 1 ซม. ยาว 8 ซม. ปีกสั้น 2 ปีก ยาวราวๆ 3 ซม. มีเส้นปีกๆละ 10 เส้น.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้ง ตลอดจนป่าดงดิบแล้งปกติทุกภาค เหนือระดับน้ำทะเล 60-1,200 มัธยม ออกดอกภายหลังจากผลัดใบแล้ว.
สรรพคุณ : ต้น น้ำสุกเปลือกต้น กินเป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องเดิน แล้วก็ลำไส้อักเสบ เปลือกประสมเป็นยากันบูดในเครื่องดองบางประเภท และก็กินกับหมากได้ . ดอก ใช้เข้ามาเป็นยาหอมแก้ลม บำรุงหัวใจ รวมทั้งลดไข้

12

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรจอกบ่วาย[/url][/size][/b]
จอกบ่วาย Drosera burmannii Vahl
บางถิ่นเรียก จอกบ่วาย (เลย) หยดค้าง (ทั่วไป)
พืชล้มลุก ขนาดเล็ก. ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปช้อน สีเขียวอ่อนมีขน เรียงรอบลำต้น และก็ซ้อนกันแน่นแบบกุหลาบ อยู่ชิดกัน สีแดง ก้านใบสั้น โคนใบเรียวคอด ปลายใบป้าน แล้วก็โค้งงอนขึ้นนิดหน่อย ตามขอบใบ และก็ผิวใบ มีขนใสๆแล้วก็ปลายขนเป็นตุ่มคล้ายหมุดอยู่มากมาย มีน้ำเมือกเหนียวๆหากมีแมลงเล็กๆมาเช็ดเข้า ก็จะติดอยู่ที่มูกนั้น ไม่มีจังหวะดิ้นหลุดไปได้เลย สมุนไพร ต่อจากนั้นก็จะส่งสารพวกน้ำย่อย มาย่อยเอาส่วนที่อยากจากแมลงไปเลี้ยงลำต้นอีกทีหนึ่ง ก็เลยกล่าวได้ว่ามีใบลักษณะและก็หน้าที่พิเศษ ผิดแผกไปจากใบไม้ทั่วๆไป. ดอก สีขาว ออกเป็นช่อเดียวๆยาว 10-20 ซม. ออกจากปลายลำต้น หรือ กลางของกรุ๊ปใบ ปลายช่ออ่อนม้วนม้วน และก็จะค่อยๆเหยียดหยามตรงขึ้น พร้อมทั้งมีดอกเล็กๆตามก้ามช่อดอกนอกด้านเดียว กลีบรองกลีบดอกไม้ กลีบดอกไม้ เกสรผู้แล้วก็ช่องรังไข่ มีอย่างละ 5 กลีบสีขาว หลอดท่อรังไข่คด ขยุกขยิก. ผล กลม เล็กมากมาย.

นิเวศน์วิทยา
: เกิดตามท้องทุ่งโล่งๆรวมทั้งตามดินปนทรายที่แฉะเปียกชื้นทั่วไป.
คุณประโยชน์ : ต้น ทั้งต้นมีรสขม และมีฤทธิ์กัดทำลาย ชาวจีนได้นำมาใช้เป็นยามานานแล้ว เป็นยาแก้บิด ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ และก็แก้ไข้มาเลเรีย ใช้ด้านนอกเป็นยาถูกนวด

13

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรหญ้าน้ำค้าง[/url][/size][/b]
หญ้าน้ำค้าง Drosera indica Linn. ต้นหญ้าน้ำค้าง (ตะวันออกเฉียงเหนือ).
พืชล้มลุก ลำต้นอ่อนนอนไปตามพื้นดิน แต่ส่วนปลายตั้งชัน มักไม่แตกกิ่งก้านสาขา ยาว 5-30 ซม. ใบ ผู้เดียว เรียงสลับกัน รูปยาวเรียวเหมือนใบต้นหญ้า ยาว 2.5-7.5 เซนติเมตร ปลายใบม้วนขึ้น มีขนยาวกว่าส่วนอื่นๆปลายขนเป็นตุ่ม ยาว มีมูก ก้านใบมีขนสั้นกว่าแผ่นใบ. ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ใกล้ยอด ยาว 5-17.5 เซนติเมตร ก้านดอกยาว 0.9-1.7 เซนติเมตร สมุนไพร ดอกบานกว้างราวๆ 0.5 เซนติเมตร กลีบรองกลีบดอกไม้ 5 กลีบ รูปหอก หรือ ขอบขนาน ข้างนอกมีขน ปลายขนเป็นตุ่มเล็กๆกลีบ 3 กลีบ บาง สีม่วง ชมพู เกสรผู้ 3 อัน รังไข่แบ่งเป็น 3 ช่อง หลอดท่อรังไข่มี 3 หลอด แต่ละหลอดปลายจะแยกเป็น 2 แฉก. ผล เป็นชนิดแห้งแล้วแตก. เมล็ด รูปไข่กลับ ผิวนูนเป็นตาลายข่าย.

นิเวศน์วิทยา
: เจอขึ้นตามท้องทุ่งเตียนๆรวมทั้งตามดินปนทรายที่เฉอะแฉะชื้น ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้.
สรรพคุณ : ต้น ทั้งต้นเป็นยาบำรุงธาตุ หากนำมาหมักจะได้สารที่ใช้กัดหูด และตาปลาได้  ใบ น้ำสุกใบ กินเป็นยาแก้ตับอักเสบ บำรุงหัวใจ ขับเมนส์ และก็ขับพยาธิ

14

มะพลับ
มะพลับ Diospyros areolata King & Gamble มะพลับ พลับ (กึ่งกลาง)
ไม้ใหญ่ ขนาดกลาง มากถึง 15 มัธยม ลำต้นมักงอ เปลือกค่อนข้างเรียบ สีน้ำตาลผสมเขียวอ่อน หรือ คละเคล้าดำ. ใบ เป็นใบผู้เดียว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน กว้าง 4-7 ซม. ยาว7-20 ซม. โคนใบโค้งมน ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวทู่ เนื้อใบดก สะอาดอีกทั้ง 2 ด้าน หรือ มีขนบ้างประปราย ตามเส้นกลางใบข้างล่าง เส้นใบมี 6-12 คู่ แต่ละเส้นคดไปมา แล้วก็เพียงพอเห็น 2 ด้าน ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. มีขนกระจาย. ดอก ดอกเพศผู้ และก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาวประมาณ 2 มม. มีขนแน่น กลีบรองกลีบ มี 4-(5) กลีบ โคนกลีบติดกันเป็นรูปถ้วยปากกว้าง เกลี้ยงทั้งยัง 2 ด้าน ยาวโดยประมาณ 3 มม. สมุนไพร กลีบดอกมี 4-(5) กลีบ ยาวทั้งหมดโดยประมาณ 7 มิลลิเมตร โคนกลีบติดกันเป็นรูปคนโทน้ำ ปลายแยกออกเป็นแฉกสั้นๆตามแฉกพวกนั้นจะมีขนนุ่มทางข้างนอก รวมทั้งออกจะหมดจดทางด้านใน ส่วนที่เป็นหลอดเกลี้ยงทั้งยัง 2 ด้าน เกสรผู้มี 20-21 อัน ก้านอับเรณูสะอาด ยาว 2.5-3.5 มิลลิเมตร อับเรณูมีขนกระจายตามแนวกลางตามยาว รังไข่ฝ่อมีขนยาวๆ. ดอกเพศเมีย ชอบออกลำพังๆตามกิ่งเล็กๆก้านดอกยาว 5-10 มิลลิเมตร มีขนคลุมแน่น ด้านในแบ่งเป็น 8 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดท่อรังไข่มี 2 หลอด หมดจดๆแต่ละหลอดปลายแยกเป็น 2 แฉก เกสรผู้ฝ่อมีราว 20 อัน สะอาด. ผล กลม หรือ ค่อนข้างกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5-3.5 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ผลแก่ค่อนข้างนุ่ม ผิวมีเกล็ดสีน้ำตาลปนแดงหุ้ม เกล็ดพวกนี้หลุดง่าย กลีบจุกผลแต่ละกลีบเกือบจะไม่ติดกัน สะอาด หรือ อาจมีขนบ้างทั้งสองด้าน กลีบส่วนใหญ่จะพับกลับ มีบ้างที่แผ่กางออก ขอบกลีบมักเป็นคลื่น ไม่มีเส้นลายกลีบ พื้นกลีบจีบพับ ก้านผลยาวราว 1 ซม.

นิเวศน์วิทยา
: พบขึ้นตามป่าดงดิบ แล้วก็ตามชายป่าเลน เหนือระดับน้ำทะเล 2-300 มัธยม ทางภาคใต้.
สรรพคุณ : เปลือก น้ำสุกเปลือกใช้ภายนอกเป็นยาห้ามเลือด และก็สมานบาดแผล กินแก้ท้องเสีย แก้บิด ย่างให้เหลืองกรอบแล้วต้ม ใช้ดื่มเป็นยากระตุ้น

Tags : สมุนไพร

15

สมุนไพรสั่งทำ
สั่งทำ Diospyros buxifolia (Bl.) Hiern สั่งทำ รีบู รีเภา (ใต้).
ไม้ต้น ขนาดใหญ่ สูงถึง 25 ม.ลำต้นตรง กิ่งมักตั้งฉากกับลำต้น เปลือกสีเทาคละเคล้าดำ เรียบ หรือ แตกเป็นร่องเล็กๆตามทางยาวลำต้น ตามกิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ยอดอ่อนเรียวเล็ก มีขนออกจะยาว. ใบ เป็นใบคนเดียว เรียงสลับกัน รูปมน สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน และก็รูปไข่เล็กๆกว้าง 0.5-2 เซนติเมตร ยาว 1.2-4 ซม. โคนใบสอบ มน หรือ ป้อม ปลายใบมน หรือ เป็นติ่งแหลม เนื้อใบบาง สะอาด นอกจากตามแนวเส้นกึ่งกลางใบอีกทั้ง 2 ด้าน ก้านใบสั้นมากมาย หรือ ไม่มี. ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ช่อดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. สมุนไพร ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อเล็กๆช่อละ 2-3 ดอก กลีบรองกลีบดอกไม้มี 4 กลีบ ยาว 2-3 มิลลิเมตร โคนชิดกันเป็นรูปถ้วย ภายนอกมีขนนุ่ม ส่วนด้านในสะอาด กลีบดอก 4 กลีบ ยาว 2-4 มิลลิเมตร โคนเชื่อมชิดกันเป็นรูปถ้วย ส่วนที่เป็นแฉกยาวกว่าส่วนที่ชิดกัน สะอาดทั้งยัง 2 ด้าน ยกเว้นตามแนวกึ่งกลางตามทางยาวของกลีบด้านนอก มีขนเป็นแถวตรง เกสรผู้มี 8-20 อัน เรียงเป็น 2 วง วงนอกยาวกว่าวงใน ติดอยู่ที่โคนกลีบดอกไม้ภายใน อับเรณูสะอาด แต่ก้านมีขนประปราย รังไข่ฝ่อมีขนยาวเล็กน้อย. ดอกเพศเมีย ออกเป็นดอกผู้เดียวๆตามง่ามใบ กลีบรองกลีบและก็กลีบมีลักษณะราวกับดอกเพศผู้ แต่ว่าใหญ่กว่าเล็กน้อย รังไข่รูปกระสวย หมดจด ข้างในแบ่งเป็น 4 ช่อง หลอดท่อรังไข่มี 2 หลอด ครึ่งล่างมีขนนุ่ม ครึ่งบนสะอาด. ผล รูปป้อมหรือคล้ายรูปกระสวย ยาว 1-1.5 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4-1 ซม. ผลแก่จัดแห้ง ผิวเนียน โคนกลีบจุกติดกันเป็นรูปถ้วย ส่วนที่ติด และก็ส่วนที่แยกเป็นแฉก ยาวใกล้เคียงกัน ข้างนอกมีขนนุ่ม ข้างในสะอาด กลีบชี้ตรงไม่พับกลับ ขอบไม่เป็นคลื่น และพื้นกลีบไม่จีบ ไม่เห็นเส้นลายตามผิวกลีบ ก้านผลยาวโดยประมาณ 5 มม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบชื้น รวมทั้งป่าดิบแล้ง ในภาคตะวันออกเฉียงใต้และก็ภาคใต้ เหนือระดับน้ำทะเล 50-500 ม.
สรรพคุณ : ต้น น้ำสุกแก่นให้เด็กรับประทาน แล้วก็ทาข้างนอก แก้อาการท้องอืด และก็แน่นเฟ้อ

หน้า: [1] 2 3 ... 43
Sorry, the copyright must be in the template.
Please notify this forum's administrator that this site is missing the copyright message for SMF so they can rectify the situation. Display of copyright is a legal requirement. For more information on this please visit the Simple Machines website.