แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Messages - Tawatchai1212

หน้า: [1] 2 3
1
ขายสินค้า ทั่วไป / สัตววัตถุ ไก่บ้าน
« เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 10:27:57 PM »

ไก่บ้าน
ไก่บ้าน หรือไก่เลี้ยง เป็นสัตว์ ๒ ขา มีขนปกคลุมตัว รวมทั้งมีปีก เป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่กับมนุษย์มาแม้กระนั้นสมัยก่อน ปัจจุบันมีการพัมนาสายพันธุ์ต่างๆเยอะมาก มีทั้งที่เลี้ยงเพื่อรับประทานเนื้อ เรียกไก่ เนื้อ และก็จำพวกที่เลี้ยงเพื่อกินไข่ เรียกไก่ไข่
ไก่บ้าน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gallus gallus (Linnaeus)

อยู่ในวงศ์ Phasianidae มีชื่อสามัญว่า domestic fowl
สมุนไพร เป็นไก่ที่มีสายพันธุ์มาจากไก่ป่า (junglefowl) จึงมีลักษณะทั่วๆไปเหมือนไก่ป่า สิ่งที่แตกต่างที่ดูได้ง่ายระหว่างไก่บ้านกับไก่ป่าก็คือ แข้งของไก่บ้านมีสีได้หลายสี เช่น สีขาว สีเหลือง แต่ของไก่ป่ามีเพียงสีเดียวเป็นสีเทาเข้ม

Tags : สมุนไพร

2
ขายสินค้า ทั่วไป / สัตววัตถุ นกกะลิง
« เมื่อ: ธันวาคม 07, 2017, 02:15:28 AM »

นกกะลิง
นกกะลิง หรือที่ดินตะวันตกเฉียงเหนือเรียก นกกะแล
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Psittacula himalayana finchii (Hume)
จัดอยู่ในสกุล Psittacidae
มีชื่อสามัญว่า gray – headed parakeet หรือ slaty – headed parakeet
ชีววิทยาของนกกะลิง
นกนี้เป็นนกปากโก่งเป้นขอ ความยาวยาวของตัววัดจากปลายปากถึงปลายหายราว ๔๖ ซม. ความยาวนี้เป็นความยาวของหางราวครึ่งเดียว ปากบนสีแดงปลายเหลือง ปากล่างสีเหลือง ตาสีดำ หัวสีเทาแก่  ที่คอมีแถบดำใหญ่พิงจากรอบๆใต้คางไปถึงข้างหลัง แถบนี้จะเบาๆเรียวเล็กลงจนถึงเหลือเป็นเพียงแต่เส้นเล็กๆที่กำดัน ต้นคอใต้เส้นดำเป็นสีฟ้า ใต้ปีกสีน้ำเงินอมเขียว หางยาว ตอนบนสีฟ้าเอ็งอมเขียว ปลายเหลือง เมื่อดูผาดๆจะเห็นเป็นนกที่มีสีเขียว เพศผู้มีทาสีสีแดงเข้มที่ที่ศีรษะปีกข้างๆ รวมทั้งแถบดำที่คางมีขนาใหญ่กว่าของตัวเมีย นกกะลิงอยู่รวมกันเป็นฝูง พบได้บ่อยทางภาคเหนือที่ระดับความสูงจากระดับน้ำมะเลปานกลาง ๖๐๐ – ๑,๒๐๐ เมตร นกชนิดนี้กินผลไม้ เมล็ดพืชและก็ยอดอ่อนของพืช  สร้างรังตามโพรงไม้ วางไข่คราวละ ๒ – ๕ ฟอง ในระหว่างมกราคมถึงเดือนเมษายน ไข่ค่อนข้างกลม สีขาว ใช้เวลาฟัก ๒๒ – ๒๕ วัน

ผลดีทางยา
แพทย์แผนไทยตามต่างจังหวัดใช้เลือดนกกะลิงผสมกับยาอื่น เป็นยาบำรุงโลหิต แก้โรคโลหิตจางรวมทั้งโลหิตพิการ
สมุนไพร ใน พระหนังสือชวดารให้ยาขนานหนึ่ง เป็นยาแก้ลมกล่อน ยาขนานนี้เข้า “หางนกกะลิง” เป็นเครื่องยาด้วยดังนี้ ยาแก้ลมกล่อน อัณฑะเจ็บเมื่อยล้าตายไปข้างหนึ่ง ทั้งยังกายก้ดี เอายาเข้าเย็น ๑ พันพาย ๑ พรมคตตีนเต่า ๑ หางนกกะลิง ๑ กำลังวัวเถลิง ๑ หนวดพญานาค ๑ เอาเท่ากัน ต้มทากล่อนลม หายแล

3
ขายสินค้า ทั่วไป / สัตววัตถุ อีเเก
« เมื่อ: ธันวาคม 05, 2017, 06:40:02 PM »

อีแก
อีเอ็งเหมือนอีกา แต่ตัวเล็กกว่า
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Corvus splendens  Vieillot
จัดอยู่ในตระกูล  Corvidae
มีชื่อสามัญว่า house crow
ขนาดวัดจาดปลายปากถึงปลายหางยาวราว ๔๓ ซม. ปากหนา สีดำ ปลายแหลม หัวดำ แม้กระนั้นบริเวณกำดันมีสีเทา ขนเรียกตัวมีสีดำ อาจมีสีเทาปน คอ หลัง และก็อกมีสีเทา ปีกสีดำ เล็บแข็งแรงรวมทั้งทนมากนกประเภทนี้อยู่รวมกันเป็นฝูงเหมือนกับอีกา ส่งเสียงร้อง “กอๆ” ถ้าเกิดตัวหนึ่งตัวใดโดนจับจะเรียกให้ตัวอื่นมาช่วย นิสัยฉลาดหลักแหลมเกมทุจริตและก็ถูกใจรังควาน ขโมยรับประทานลูกนกอื่น มักหาเลี้ยงชีพในกลางแจ้ง กินได้อีกทั้งพืชแล้วก็สัตว์ อีมึงสร้างรังอยู่บนค้างคบสูง โดยการเอาก้านไม้แห้งมาขัดแย้งกันเป็นรูปแอ่งตื้นๆออกไข่คราวละ ๔-๕  ฟอง ไข่สีฟ้าอมเขียว ใช้เวลาฟักราว ๑๖-๑๗  วัน ลูกนกบินได้ราว  ๓๕  วัน ในประเทศไทยเจออีเอ็งบริเวณจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี แล้วก็บังเอิญคิรีหมวด ในต่างแดนเจออาศัยอยู่ในเมืองเป็นจำนวนมากๆที่เนปาล ประเทศอินเดีย ศรีลังกา โดยทำมาหากินอยู่ตามกองขยะ นกสกุลและสกุลเดียวกันอีกประเภทที่เจอในประเทศไทยเป็นอีแก (Corvus  splendens  Vieillot) มีขนาดเล็กกว่าอีกาไม่มาก รวมทั้งขนบริเวณท้ายทอยถึงต้นคอมีสีเทา

สรรพคุณทางยา
 แพทย์ สมุนไพร แผนไทยใช้หัวกาสุมหรือเผาไฟ ผสมยาต้มแก้ไข้พิษ ไข้กาฬ  ส่วนกระดูกอีกาเผาไฟผสมยามหานิลแท่งทอง (มอง  คู่มือเภสัชกรรมแผนไทย เล่ม  ๔  เครื่องยาธาตุวัตถุ)ใน พระหนังสือปฐมจินดาร์  มียากวาดแก้หละแสงจันทร์ขนานหนึ่ง เข้า “กระดูกกา” เป็นเครื่องยาอย่างหนึ่ง ร่วมกับ “กระดูกนกแร้ง” รวมทั้ง “กระดูกงูงูเหลือม” ดังนี้ขนานหนึ่งท่านให้เอาหัวสุนักข์ดำ ๑ กระดูกกา ๑ กระดูกอีแร้ง ๑ กระดูกงูเหลือม ๑ รวมยา ๔  สิ่งนี้ เผาไฟให้ไหม้ ลิ้นสมุทร ๑ บอแร็ก ๑ กานพลูพิมเสน ๑ รวมยา ๘  สิ่งนี้เอาเสมอภาค เอารากดินเผาเท่ายาทั้งหลายแหล่  ทำเปนจุณ  เอาเหล้าเป็นกระสาย บดทำแท่งไว้ ละลายเหล้าทาลิปสติก แก้หละแสงจันทร์หายดีนักนอกจาก ในพระตำราดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นยังคงใช้ยากวาดซางแดงนานหนึ่ง ยาขนานนี้เข้า “ศีร์ษะกา” ร่วมกับ  “ศีรษะงูเห่า

Tags : สมุนไพร

4

อีแอ่นกินรัง
อีแอ่นรับประทานรังเป็นอีแอ่นอย่างน้อย ๓ จำพวก
ในสกุล Collocalia
วงศ์ Apodidae คือ
๑.อีแอ่นรับประทานรัง
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Colocalia  fuciphaga  (Gmelin)
มีชื่อสามัญว่า  edible – nest  swiftlet ชนิดนี้ทำรังด้วยน้ำลายล้วนๆ
สมุนไพร
๒.อีแอ่นกินรังสะโพกขาว
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Colocalia  germani  Oustalet
มีชื่อสามัญว่า Germain’s  swiftlet ประเภทนี้ทำรังด้วยน้ำลายล้วนๆเหมือนกับจำพวกแรก

๓.อีแอ่นรังดำ หรือ อีแอ่นหางสี่เหลี่ยม
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Colocalia  maxima  Hume
ชื่อสามัญว่า  black – nested  swiftlet   ชนิดนี้สร้างรังด้วยขนยาวราว  ๖0  มีน้ำลายเป็นตัวเชื่อมจำนวนร้อยละ  ๔0 อีแอ่นในสกุล  Colocalia   ที่เจอในประเทศไทยมี  ๕  จำพวก  นอกเหนือจาก  ๓  ชนิดข้างต้นแล้ว   ที่เหลืออีก  ๒  ชนิดเป็น
๔.อีแอ่นท้องขาว
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Colocalia  esculenta  (Linnaeus)
มีชื่อสามัญว่า  glossy  swiftlet   จำพวกนี้สร้างรังด้วยหญ้าและก็พืชต่างๆ  มีน้ำลายเป็นตัวเชื่อมเพียงแค่เล็กๆน้อยๆ

5

อีแอ่นกินรัง
อีแอ่นกินรังเป็นอีแอ่นขั้นต่ำ ๓ ชนิด
ในสกุล Collocalia
สกุล Apodidae คือ
๑.อีแอ่นรับประทานรัง
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Colocalia  fuciphaga  (Gmelin)
มีชื่อสามัญว่า  edible – nest  swiftlet จำพวกนี้สร้างรังด้วยน้ำลายล้วนๆ
สมุนไพร
๒.อีแอ่นกินรังบั้นท้ายขาว
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Colocalia  germani  Oustalet
มีชื่อสามัญว่า Germain’s  swiftlet ประเภทนี้ทำรังด้วยน้ำลายล้วนๆเหมือนกันกับจำพวกแรก

๓.อีแอ่นรังดำ หรือ อีแอ่นหางสี่เหลี่ยม
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Colocalia  maxima  Hume
ชื่อสามัญว่า  black – nested  swiftlet   ชนิดนี้ทำรังด้วยขนนกยาวราว  ๖0  มีน้ำลายเป็นตัวเชื่อมจำนวนร้อยละ  ๔0 อีแอ่นในสกุล  Colocalia   ที่เจอในประเทศไทยมี  ๕  ชนิด  เว้นเสียแต่  ๓  จำพวกข้างต้นแล้ว   ที่เหลืออีก  ๒  จำพวกคือ
๔.อีแอ่นท้องขาว
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Colocalia  esculenta  (Linnaeus)
มีชื่อสามัญว่า  glossy  swiftlet   ประเภทนี้สร้างรังด้วยหญ้ารวมทั้งพืชต่างๆ  มีน้ำลายเป็นตัวเชื่อมเพียงเล็กน้อย

Tags : สมุนไพร

6

สัตว์ชั้นเลี้ยงลูกด้วยนม
สัตว์ที่จัดอยู่ในชั้นนี้มีขน มีต่อมนมสำหรับใช้เลี้ยงตัวอ่อน มีกะบังลมสำหรับกันระหว่างช่องอกกับท้อง หัวใจมี ๔ ห้อง เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กระดูกคอมี ๗ ชิ้น เส้นประสาทมี ๑๒  คู่  มีต่อมเหงื่ออยู่ใต้ผิวหนัง ใบหูรุ่งเรืองดี ผสมพันธุ์ด้านในโดยมากตัวอ่อนเจริญอยู่ภายใน [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ได้แก่ เม่น ลิ่น ช้าง  โค ควาย หมี คน

7
ขายสินค้า ทั่วไป / สัตววัตถุ กุย
« เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2017, 07:37:11 PM »

กุย
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Saiga tatarica Linnaeus
ในสกุล Bovidae
มีชื่อสามัญว่า saiga antelope
มีชื่อยาในภาษาละตินว่า Cornu  saigae  Tataricae
พบในที่ราบทุ่งหญ้าและก็ในที่สูงที่มีอากาศหนาวจัด แล้วก็มักมีฝุ่นละอองทรายกลาดเกลื่อนอยู่ ตั้งแต่ประเทศโปรแลนด์ไปถึงที่ราบสูงตอนใต้ของรัสเซียถึงท้องทุ่งที่ราบสูงในประเทศมองดูโกเลีย
ชีววิทยาของกุย
กุย เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กีบคู่ ขนาดวัดจากปลายจมูกถึงก้นยาว ๑.๑0-๑.๔0 เมตร หางยาว 0.๘0-๑.๓0 เมตร  สูง  ๖0-๘0   เซนติเมตร   น้ำหนักตัว  ๒๓-๔0   กิโลกรัม   หัวใหญ่และก็อ้วน   ตัวเมียไม่มีเขา   เพศผู้มีเขารูปเหมือนพิณฝรั่ง   ยาว  ๒0-๒๖  เซนติเมตร   มีวงเป็นข้อนูนต่อเนื่องกันขึ้นไปจากโคนเขา   ถึงเกือบจะปลายเขา  ๑0-๑๖  วง   ระยะระหว่างวงนูนราว  ๒  เซนติเมตร   ปลายแหลม   สันจมูกหนาแล้วก็โค้งโก่ง   จมูกเหมือนกระเปาะพอง   มีสันตามทางยาว   รูจมูกเปิดออกทางข้างล่างข้างในรูจมูกมีองค์ประกอบพิเศษหลายอย่าง   กระดูกรุ่งเรืองดีเลิศและเรียงช้อนเหลื่อมกัน  สมุนไพร ข้างในมีขนหนา   ต่อมและก็ร่องเมือก   สำหรับกรองฝุ่นผงรวมทั้งทำให้อากาศที่หายใจเข้าไปอุ่นแล้วก็ชุ่มชื้นขึ้น   มีประสาทสูดกลิ่นดีเยี่ยม   นอกเหนือจากนั้นในรูจมูกยังมีถุงที่พองได้   ข้างในบุด้วยเยื่อเมือก   มีขนที่ใต้คอครึ้มเพื่อกันความหนาว   ในฤดูขนบนตัวจะเหี้ยนสีน้ำตาลออกแดง   จมูกและหน้าผากสีน้ำตาลคล้ำกว่า   บนกระหม่อมมีลายสีออกเทา   รอบก้น   ใต้ท้อง   และก็หางสีขาว   ในช่วงฤดูหนาวขนจะยาวรวมทั้งดกกว่า   มีขนรองครึ้ม   มีสีขาวเทาตลอดลำตัว   กุยมีขาเรียวยาว   ด้นหลังกีบกางออกบางส่วน   หางสั้นมาก   ใต้หางไม่มีขน สัตว์ชนิดนี้ชอบอยู่เป็นฝูงเล็ก   ในช่วงฤดูใบไม้ตก   มักรวมฝูงแล้วก็ย้ายที่อยู่ลงไป   ทางด้านทิศใต้ที่อบอุ่นกว่า   ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ   (ราวม.ย.)   เพศผู้ย้ายถิ่นที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือก่อน   แล้วฝูงตัวเมียก็ย้ายถิ่นขึ้นไปสมทบ   เวลาวิ่งมักก้มหน้าต่ำ   แม้กระนั้นวิ่งได้เร็วถึงชั่วโมงละ   ๖0   กม.   ถูกใจรับประทานใบไม้ตามพุ่มรวมทั้งใบต้นหญ้า อดน้ำได้นาน

ผลดีทางยา
เขากุยมีที่ใช้อีกทั้งในยาไทยและก็ยาจีน จำนวนมากที่มีขายในร้านยาจีนมาจากทางภาคเหนือของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศสหรัฐราษฎรจีน มีสีขาวๆถึงสีขาวอมเหลือง ราว ๑  ใน  ๓  ถึงกึ่งหนึ่งจากโคนเขามีเนื้อกระดูกที่แข็งและก็แน่นเมื่อเอาออกจะก่อให้เขากลวง โปร่งใส เมื่อส่องกับแสงจะเห็นข้างในครึ่งหลังเขากุยมีช่องเล็กๆ  ทอดเป็นเส้นตรงยาวไปจนกระทั่งปลายเขา เรียก รูทะลุปลายเขา ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของเขากุย
การเตรียมเขากุยสำหรับใช้เป็นยาทำเป็น  ๒  วิธี  เป็น
๑.ทำเป็นแผ่นบางๆ ซึ่งทำโดยเอาเขาที่เอาเนื้อกระดูกออกแล้ว แช่น้ำอุ่นไว้เป็นระยะเวลานานพอเหมาะพอควร เอาออกจากน้ำแล้วตัดตามแนวขวางเป็นชิ้นบางๆแล้วทำให้แห้ง
๒.ทำเป็นผงละเอียด โดยใช้เขาที่เอาเนื้อกระดูกออกแล้ว นำไปบดเป็นผุยผงละเอียด
ตำราเรียนยาคุณประโยชน์โบราณว่า
เขากุยเป็นยาเย็น มีรสเค็ม ใช้แก้ไข้สูง แล้วก็อาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะของการมีไข้สูง เช่น สลบ ชัก เพ้อ คลุ้มคลั่ง เป็นต้น แก้โรคลมชัก
จีนว่ายานี้เป็นยาแก้ตับทำงานมากเกินไป มีสรรพคุณกำจัดความร้อนและสารพิษต่างๆในร่างกาย เมื่อกินเขากุยแล้วจะทำให้ตัวเย็น รวมทั้งสรรพคุณนี้แรงกว่า เขากระบือราว  ๑๕  เท่า (บางทีอาจใช้เขากระบือแทนได้)

Tags : สมุนไพร

8

เขาสัตว์อื่นที่ใช้แทนเขากุยได้
เขาประเภทอื่นที่มีคุณลักษณะคล้ายคลึงกับเขากุย ตำราว่าใช้แทนกันได้ ดังเช่น
๑.กาเซลคอพอก
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gazella gutturosa Pallas
มีชื่อสามัญว่า goitred  gazelle
เจอในเอเชียกลาง จากทิศใต้ของทะเลสาบแคสเปียนถึงภาคตะวันตกของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเหนือของเขตปกครองตนเองสินเจียงอุยกูร์ที่สม่ำเสมอไปจนกระทั่งเขตปกครองตนเองมองดูโกเลียใน สัตว์จำพวกนี้ตัวผู้มีต่อมใหญ่ขึ้นที่คอหอยคล้ายกับเป็นโรคคอพอก ซึ่งเห็นได้ชัดในฤดูสืบพันธุ์เพศผู้มีเขายาว ทางช้อนไปข้างหลัง ปลายงอนขึ้น ยาวราว  ๒๕  ซม.
๒.ชิ รูหรือ แอนติโลปทิเบต
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pantholops  hodgsoni  Abel
มีชื่อสามัญว่า  chiru   หรือ  Tibetan   antelope
พบในท้องทุ่งเนินสูงของเขตปกครองตนเองประเทศทิเบต สูงที่ไหล่ยาว ๑  เมตร  หนัก  ๒๕-๓๕ โล มีเขายาวมาก ถูกใจย้ายถิ่น ในช่วงฤดูผสมพันธุ์มีฝูงตัวเมียถึง ๒0  ตัว โดยที่ตัวผู้คุมฝูงอยู่เพียงตัวเดียว สัตว์จำพวกนี้ถูกใจใช้กลีบขุดหลุม   นอนลึกๆเพื่อหลบอากาศหนาว
๓.กาเซลประเทศทิเบต
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Procapra  picticaudata Hodgson
มีชื่อสามัญว่า Tibetan   gazelle
สัตว์ประเภทนี้มีลักษณะของกาเซลหลายประการ  คือ  มีขนหางสั้น ไม่มีต่อมหัวตา ไม่มีพู่ขนบนเขา มีเขาเฉพาะตัวผู้ ตัวเมียไม่มีลายที่หน้า ปลายเขาไม่โค้งเป็นตาขอ   และตรงปลายตูดมีแถบขาว   สัตว์ประเภทนี้สูงที่ไหล่ราว   ๖0-๖๕ เซนติเมตร หนักราว ๒0 กก. ข้างตัวสีน้ำตาลจาง และก็จางเป็นสีเทาในช่วงฤดูร้อน  เจอตามภูเขาสูงในที่ราบสูงทิเบต
๔.กวางหน้าผา

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Nemorhaedus  goral  Hardwicke
มีชื่อสามัญว่า common  goral  หรือ Himalayan  goral
พบในประเทศไทย ตามภูเขาที่สูงชันทางทิศตะวันตกของแม่น้ำปิง เคยเจอที่ดอยม่อนจอง จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็ภาคตะวันตกของประเทศพม่าต่อกับบังกลาเทศ ตลอดกาลตามแนวเทือกเขาหิมาลัย ถึงรอบๆทิศตะวันตกเฉียงใต้ของไซบีเรีย กวางหน้าผามีขนาดเล็กกว่าแกงเลียงผา สีตามตัวเป็นสีเทาปนน้ำตาลอ่อนๆแกมสีฟ้าซีดๆที่ใต้คอมีสีขาว ที่สันคอไม่มีขนแผง แม้กระนั้นมีเส้นสีน้ำตาลเข้มจากสันคอไปบนสันหลังจนถึงหาง กวางผาแตกต่างจากแกงเลียงผาตรงที่กวางผาไม่มีรูต่อมที่อยู่ระหว่างตากับจมูก เขาแหลมโค้งไปข้างหลังเหมือนเลียงเขาหิน แต่เล็กกว่า มีคอดที่โคนเขาราวกึ่งหนึ่งของความยาวเขา กวางเขาหินเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่เป็นฝูงราว  ๕-๖  ตัว เดินหาเลี้ยงชีพตามท้องทุ่งในรุ่งเช้า [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] แล้วก็ตอนเวลาเย็น บางโอกาสก็นอนเล่นบนโขดหิน พระหนังสือธาตุวิภังค์ให้ยาที่เข้า  “เขากุย”  ไว้  ๒ ขนาน ขนานหนึ่งคือ “ยาจิตรมหาวงษ์” ซึ่งมีบันทึกไว้ ดังต่อไปนี้ ยาชื่อจิตรมหาวงษ์  แก้คอยุ่ยลิ้นเปื่อยแลปากยุ่ยแลแก้ไอ ท่านให้เอา รากมะกล่ำ  ต้น ๑  รากมะกล่ำเครือ ๑  รากมะขามป้อม ๑ เนระภูสี ๑  เขากวาง ๑  เขากุย  ๑  นอแรด  ๑  งา  ๑ จันทร์ทั้งคู่นี้ น้ำประสานทองสะเหม็นตุ  ๑ ยาทั้งนี้เอาส่วนเท่ากัน ตำผงบดทำแท่งไว้ ลานตาน้ำผึ้งทา หายแล
พระคัมภีร์ปฐมจินดาร์ให้ยาหลายขนานที่เข้า “เขากุย” ขนานหนึ่งเป็นยาแก้ซางแห้ง ซึ่งมีบันทึกไว้  ดังนี้ ยาแก้ทรางแห้ง คือทรางขโมยทรางเพลิง ถ้าเกิดขึ้นตาเป็นเกล็ดกระดี่  แล้วให้เป็นเลิศขึ้นพรึงไปทั้งตัวดังผื่น  เอาหอมแดง  ๑  รากนมแมว  ๑  รากเข็มเหลือง  ๑  พรมมิ  ๑  กระทือ  ๑  ไพล  ๑  กระเทียม  ๑  หว้านเปราะ  ๑  รากถั่วภูเขา  ๑  เขากวาง  ๑   นอแรด  ๑  เขากุย ๑  เขี้ยวเสือ  ๑  เขี้ยวจระเข้  ๑   เขี้ยวหมี  ๑   เขี้ยวหมู  ๑  เขี้ยวแรด  ๑   โกศอีกทั้ง  ๕   เทียนทั้ง  ๕   การะบูร  ๑  น้ำประสานทอง  ๑  รวมยา  ๒๘  สิ่งนี้   เอาเท่าเทียมกัน  ทำเปณจุณ เอาน้ำดอกไม้เป็นกระสาย  บดทำแท่ง ลานตาน้ำแตงกวารับประทาน แก้ในตาต้อทั้งยัง  ๔  แลต้อสำหรับทรางกุมารทั้งปวง

9
ขายสินค้า ทั่วไป / สมุนไพรอำพัน หมายถึงอะไร
« เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2017, 07:43:45 PM »

สมุนไพรอำพัน
อำพันเป็นซันแข็งที่ได้จากซากดึกดำบรรพ์ของสนโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์
อันมีชื่อวิชาพฤกษศาสตร์ว่า  Pinus  succinifera Conw.
ในสกุลPinaceae

มีชื่อสามัญว่า  amber
มีชื่อเรียกในภาษากรีกว่า electron (เนื่องจากว่าเมื่อเอาอำพันมาถูกับไหมจะได้ไฟฟ้าสถิต) อันเป็นสาเหตุของคำว่า  electricity  ในภาษาอังกฤษ ที่มีความหมายว่าไฟฟ้า [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/b][/url] แพทย์แผนไทยใช้อำพันปรุงเป็นยาแก้โรคนอนไม่หลับ  กระวนกระวายใจ  เลอะเลือน จงมายากลนี  ๑  พิกุล  ๑  สาระภี  ๑  มะลิ  ๑  สัตบุศย์  ๑  สัตตบขี้งก ๑  กรุงเฉมา  ๑  อำพัน  ๑  ชะมดเชียง  ๑  พิมเสน  ๑  ยาดังนี้เอาส่วนเท่ากัน  บดปั้นแท่งไว้  ละลายน้ำดอกไม้ เมื่อจะกินให้แชกน้ำตาลกรวดแก้พิษกลุ้มในอกในทรวงให้สวิงสวายให้หิวโหยหากำลังไม่ได้รับประทานหายแล

Tags : สมุนไพร

10
ขายสินค้า ทั่วไป / สัตววัตถุ เม่น
« เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2017, 12:05:44 AM »

เม่น
เม่นเป็นสัตว์เลือดอุ่น
จัดอยู่ในวงศ์ Hystricidae
เม่นที่พบในประเทศไทยมี ๒  ประเภท  อย่างเช่น
๑.เม่นใหญ่แผงคอยาว
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hystrix  brachyuran  Linnaeus
ชื่อสามัญว่า  Malayan  porcupine
เม่นชนิดนี้มีขนาดวัดจากปลายจมูกถึงโคนหางยาว ๖๓ – ๗๐  ซม. หางยาว ๖ – ๑๐ ซม. น้ำหนักตัว  ๓-๗ โล ขนบนลำตัวเป็นขนแข็งใช้ปกป้อง  หัวเล็ก จมูกป้าน มีหนวดยาวสีดำ รอบๆลำตัว คอ และไหล่  มีขนแข็ง  สั้น  สีดำ  ขนใต้คอสีขาว ตาเล็ก ใบหูเล็ก ขนตั้งแต่หลังไหล่ไล่ลงไปแข็งยาว ด้านโคนและก็ปลายสีขาว ตรงกลางสีดำ ปลายแหลม หางมีขนเหมือนหลอดสั้นๆขาสีดำเม่นชนิดนี้ถูกใจออกหากินเพียงลำพังในช่วงเวลากลางคืน รักสงบ เวลาเจอศัตรูจะวิ่งหนี พอเพียงจวนตัวจะหยุดกึก [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/i][/b][/url] แล้วพองขนขึ้น ศัตรูที่ไล่ตามมาอย่างรวดเร็วถ้าหากหยุดไม่ทันก็จะโดนขนเม่นตำ แล้วก็ถ้าหากศัตรูใช้ตีนตะปบก็จะโดนขนเม่นตำด้วยเหมือนกัน  ได้รับความปวดเจ็บมากมาย เมื่อศัตรูผละหนีไปแล้ว  เม่นก็จะหลบเข้าโพรงไม้หรือโพรงดิน ขนเม่นที่หลุดออกไปจะมีขนใหม่แตกออกขึ้นมาแทนที่ เม่นจำพวกนี้กินผัก หญ้าสด หน่อไม้ เปลือกไม้ ผลไม้ แล้วก็กระดูกสัตว์  เริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุราว ๒ ปี มีท้องนาน  ๔  เดือน  ตกลุกครั้งละ  ๑ -๓  ตัวในโพรงที่ขุดอาศัย ลูกเม่นแรกเกิดมีขนที่อ่อน  แม้กระนั้นเมื่อถูกอากาศด้านนอกขนจะค่อยๆแข็งขึ้น  อายุราว ๒๐ ปีเจอทางภาคใต้ของเมืองไทย ในต่างชาติเจอที่มาเลเชียและก็อินโดนีเซีย
๒. เม่นหางพวง
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Atherurus  macroura (Linnaeus)
ชื่อสามัญว่า  bush-tailed  porcupine
เม่นจำพวกนี้มีความยาวลำตัววัดจากปลายจมูกถึงโคนหาง  ๔๐ – ๕๐  ซม. หางยาว ๑๕ – ๒๐ ซม. น้ำหนักตัว ๒.๕ – ๕  กก. จมูกเล็ก มีหนวดยาว ใบหูเล็ก ลำตัวยาว ขาสัน มีขนแข็งปกคลุมทั่วตัว ขนบางส่วนแข็งและปลายแหลมมาก  คล้ายหนาม  ขนส่วนที่ยาวที่สุดอยู่รอบๆกลางข้างหลังขนแบน  มีร่องยาวอยู่ข้างบน ช่วงกลางหางไม่ค่อยมีขน แต่เป็นเกล็ด โคนหางมีขนสั้นๆปลายหางมีขนขึ้นดกหนาเป็นกระจุก ดูเป็นพวง ขนดัตระหนี่ล่าวแข็งแล้วก็แหลมคม ส่วนขนที่ศีรษะรอบๆขาทั้ง ๔ แล้วก็รอบๆใต้ท้อง แหลม แต่ว่าไม่แข็ง ขาออกจะสั้น ใบเครื่องทอผ้าลมรวมทั้งเล็กมากมาย เล็บเท้าดูหมิ่นเหยียดหยามตรง ทื่อ รวมทั้งแข็งแรงมากมาย เหมาะสำหรับขุดดิน เม่นชนิดนี้ออกหากินในเวลากลางคืน  ช่วงกลางวันมักซ่อนอยู่ในโพรงดิน  ตามโคนรากของต้นไม้ใหญ่ หรือตามซอกหิน มักออกหากินเป็นฝูง  ใช้ขนเป็นอาวุธป้องกันภัย กินหัวพืช หน่อไม้  เปลือกไม้  รากไม้  ผลไม้  แมลง เขารวมทั้งกระดูกสัตว์  ตกลูกทีละ ๓- ๕  ตัวในโพรงที่ขุดอาศัย  ลูกเม่นแรกเกิดมีขนอ่อนนุ่ม แต่ว่าจะต่อยๆแข็งขึ้นอายุราว ๑๔ ปี เจอในทุกภาคของประเทศไทย ในต่างแดนเจอทางภาคใต้ของจีน แล้วก็ที่ลาว เวียดนาม  เขมร มาเลเซีย  และก็อินโดนีเซีย

ผลดีทางยา
หมอแผนไทยใช้ขนเม่นที่สุมไฟให้ไหม้แล้วปรุงเป็นยาแก้ตานซาง  แก้พิษรอยดำ  พิษไข้ เชื่อมซึม กระเพาะของเม่นใช้ปรุงเป็นยากินบำรุงน้ำดี ช่วยทำให้ไส้มีกำลังบีบย่อยของกิน พระคู่มือปฐมจินดาร์ให้ยาขนานหนึ่ง เข้า“ขนเม่น” เป็นยาใช้ภายนอกตัวเด็ก ดังต่อไปนี้ ภาคหนึ่งยาทาตัวกุมารกันสรรพโรคทั้งมวล และจะป่วยอภิฆาฏก็ดีแล้ว  โอปักกะไม่กาพาธก็ดี ท่านให้เอาใบมะชน คราบงูเห่า หอมแดง สาบนกแร้งสาบกา ขนเม่น ไพลดำ ไพลเหลือง  บดทำแท่งไว้ ละลายน้ำนมวัว ทาตัวกุมาร จ่ายความไม่บริสุทธิ์โทษทั้งหมดดีนัก

Tags : สมุนไพร

11
ขายสินค้า ทั่วไป / สัตววัตถุวัว
« เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2017, 07:47:15 PM »

วัว
คำ “วัว” เป็นคำที่แผลงมาจากคำไทยว่า “งัว” ส่วนคำ “โค” เป็นคำเรียกสัตว์ชนิดนี้ในภาษาบาลี (คำ“โค” นี้บางทีอาจหมายคือพระอาทิตย์  เช่นในคำ“โคจร” ซึ่งแสดงว่า ทางเท้าของดวงตะวัน )
ชีววิทยาของโค
โคเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง รับประทานหญ้า มี ๔ เท้า และกีบเป็นคู่ เขากลวง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bos  Taurus (Linnaeus) จัดอยู่ในสกุล Bovidae
โคบ้านมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  bos  Taurus  domesticus  Gmelin  โคบ้านของไทยมีวิวัฒนาการมาจากวัวป่าหรือวัวออคอยกส์  (Aurochs)  ซึ่งปัจจุบันนี้สิ้นซากไปหมดแล้ว  วัวป่าที่ยังคงเจอในบ้านพวกเราเป็นโคแดง ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bos  javanicus  (D’Alton)  เข้าใจว่าวัวแดงนี้น่าจะสืบเชื้อสายมาจากสชโคออรอกส์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์  ต่อมาวัวแดงนี้ก็เลยสืบเชื้อสายมาเป็นโคบ้านของประเทศไทย ทำให้รูปร่างรวมทั้งสีสันของโคบ้านเหมือนโคแดงมากมาย แต่รูปร่างใหญ่กว่ารวมทั้งสูงขึ้นยิ่งกว่า วัวแดงมีความสูงที่ไหล่ราว ๑.๗๐ เมตร หรือกว่านั้น มีเขายาวราว ๗๐ เซนติเมตร โคแดงมีสีน้ำตาลปนแดงเสมือนวัวบ้าน เพศผู้เมื่อมีอายุมากมายๆสีอาจเปลี่ยนไป วัวแดงเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่เป็นฝูง ฝูงหนึ่งมีราว ๒๐-๓๕ ตัว มักมีตัวภรรยาแก่ๆเป็นหัวหน้าฝูง แต่ละฝูงมักมีตัวผู้เพียงแต่ตัวเดียว รอทำหน้าที่สืบพันธุ์เมื่อตัวเมียเป็นสัด

สรรพคุณทางยา
หมอแผนไทยรู้จักใช้น้ำนมวัว (นมโค) ขี้วัว (ขี้วัว) รวมทั้งน้ำมูตรโค (น้ำมูตรวัว) น้ำมันไขข้อโค เป็นยา
๑. น้ำนมวัว ได้จากเต้านมของวัวเพศภรรยาที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ตำราเรียนคุณประโยชน์ยาโบราณว่า น้ำนมวัวหรือน้ำนมวัวมีรสหวาน มัน เย็น มีสรรพคุณปิดธาตุ แก้โรคในอก ชูกำลังและก็เลือดเนื้อ รุ่งเรืองไฟธาตุ แพทย์แผนไทยมักใช้นมวัวเป็นน้ำกระสายยา ดังเช่นว่า “ยาแก้ลมโกฏฐาสยาวาตา” ใน พระตำราโรคนิทาน ใช้ “น้ำนมวัว” เป็นน้ำกระสายยา ดังนี้ลมโกฏฐาสยาวาตาแตกนั้น มักให้กลิ่นคาวคอ ให้คลื่นไส้ ให้จุกเสียด ให้กินในอกหากจะแก้ ให้เอาใบสลอดต้มกับเกลือให้สุกแล้วตากแดดให้แห้ง ๑   ชะเอมเทศ ๑  รากเจตมูลเพลิงเเดง ๑  ราก{ตอ|โคนงแตก ๑  รากจิงจ้อใหญ่ ๑  ลำพัน ๑  พริกล่อน ๑  ดีปลี ๑  ใบหนาด ๑  การะบูร ๑  เอาเท่าเทียม ทำเปนจุณ ละลาย น้ำนมโค ก็ได้ น้ำผึ้งก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ รับประทานหายแล
๒. ขี้วัว ตำราเรียนยามักเรียก น้ำขี้วัว แพทย์แผนไทยใช้ขี้วัวปรุงเป็นยาบำบัดโรคทั้งด้านในรวมทั้งข้างนอกหลายขนาน ส่วนมากใช้ขี้วัวดำ ตำราเรียนคุณประโยชน์ยาโบราณว่า ขี้วัวดำมีรสขม เย็น มีคุณประโยชน์ดับพิษร้อน พิษไข้ พิษกาฬ ลางตำราว่าขี้วัวสดและก็แห้งผสมกับใบน้ำเต้าสดและก็เหล้า ตำคั้นเอาน้ำ ทาแก้เริม ไฟลามทุ่ง งูสวัด ลมพิษ   รวมทั้งแก้พุพอง ฟกบวม ทำลายพิษ
๓. น้ำมูตรวัว ตำรายามักเรียกว่า น้ำมูตรวัว  แล้วก็มักใช้น้ำมูตรโคดำเป็นน้ำกระสายยา ดังเช่น ยาสตรีขนานหนึ่งใน พระตำรามหาโชตรัต ใช้ “มูตรวัวดำ” เป็นกระสาย   ดังต่อไปนี้ ถ้าเกิดหญิงเลือดตกทางทวารหนักทวารเบา ไม่ออกสบาย ให้เอาขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ ผลผักชีล้อม ๑ บดละลายด้วย มูตรวัวดำ กินหายแล
๔. น้ำมันไขข้อโค พระคู่มือมุจฉาปักขันทิกา ให้ยาน้ำมันทาแก้ไส้กุดไส้ลุกลามรวมทั้งแผลฝีเน่าขนานหนึ่ง เข้า “น้ำมันไขข้อโค”   เป็นเครื่องยาด้วย ดังต่อไปนี้
ถ้าไม่ฟัง   พิษนั้นกล้านักมักเผาเอาเนื้อนั้นสุก เหน้าเข้าไปแต่ปลายองคชาตทุกๆวันๆดีแล้ว   ท่านให้หุงน้ำมันนี้ใส่   ดับพิษทั้งยังรักษาเนื้อไว้   ไม่ให้เหน้าเข้าไปได้ ท่านให้เอามะพร้าวผลิออกบนต้นเขี้ยวน้ำมันให้ได้ถ้วย ๑  ก็เลยเอาใบกระเม็ง ๑ ใบยาดูดใหม่ๆ๑  เปลือกพันพาย ๑  เปลือกจิก ๑  เปลือกกรด ๑  เบญจลำโพง ๑  ใบเทียน ๑  ใบทับทิม ๑   ใบขมิ้นอ้อย ๑ ใบเลี่ยน ๑  ยาดังนี้เอาสิ่งละถ้วย ใส่ลงกับน้ำมันที่ทำจากมะพร้าวหุงให้คงจะแม้กระนั้นน้ำมัน แล้วเอาน้ำมันแมวดำชาตรีจอก ๑ น้ำมันฟอกไก่จอก ๑   น้ำมันไขข้อโคจอก  ๑   ปรุงใส่ลงเถอะยอดเยี่ยมนัก  น้ำมันนี้ท่านตีค่าไว้ตำลึงทองคำหนึ่งใช้ได้ทุกอย่าง แลตานทรางสรรพพิษฝีเปื่อยยุ่ยรุ่น   อีกทั้งแก้มิให้เป็นด่างเป็นแผลให้คงคืนดีคนเก่า แลแก้ไส้กุดไส้ลุกลาม  ดังกล่าวข้างต้นมาแต่ว่าหนหลังหายสิ้นอย่าสนเท่ห์เลย  ได้ทำมามากแล้ว  ตำราเรียนนี้ฝรั่งเอามาแต่เมืองยักกัตราแล

12

หมีที่พบในประเทศไทย
๑. หมีควาย
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Selenarctos  thibetanus (G. Cuvier)
มีชื่อพ้อง Ursus  thibetanus  G. Cuvier
ชื่อสามัญว่า Asiatic black  bear
ขนาดวัดจากปลายจมูกถึงโคนหางยาว ๑.๒๐-๑.๕๐ เมตร หางยาว ๖.๕-๑๐ เซนติเมตร น้ำหนักตัว ๖๐-๑๐๐ กิโลกรัม หัวค่อนข้างจะแบน แคบ ปากยาวกว่าหมีหมา ขนรอบจมูก คาง รวมทั้งบริเวณเหนือตามีสีขาว ใบหูใหญ่ ขอบกลมมน ตามลำตัวมีขนยาวสีดำ หน้าอกมีขนสีขาวรูปตัววี  (V)  แต่ละขามี ๕ นิ้ว มีเล็บขนาดใหญ่โค้ง ปลายแหลม   ไม่หดกลับ หมีควายถูกใจออกหากินเพียงลำพังในค่ำคืน  ยกเว้นในช่วงฤดูสืบพันธุ์  ตอนกลางวันมักหลบอยู่ในโพรงดิน ตามโคลนรากของต้นไม้ใหญ่หรือตามโพรงหิน ลางครั้งออกมาทำมาหากินผลไม้สุกหรือรังผึ้งในกลางวัน ขึ้นต้นไม้เก่ง เดินด้วยขาอีกทั้ง ๔ ข้าง เมื่อสู้กับศัตรูจะยืนด้วยขาหลังทั้งคู่ขา แล้วใช้ฝ่าตีนของขาหน้าตะครุบศัตรู  อาหารที่กินคือผลไม้ น้ำผึ้ง กวาง เก้ง หมูป่า ปลา หมีควายโตเต็มวัยพร้อมผสมพันธุ์เมื่ออายุราว ๓ ปี ตั้งท้องนาน ๗-๘ เดือน  คลอดลูกครั้งละ ๑-๒ ตัว ออกลูกในถ้ำ หรือในโพรงไม้   อายุยืนราว ๓๐ ปี พบในทุกภาคของไทย ในต่างประเทศพบที่เขมร เวียดนาม ปากีสถาน ประเทศอินเดีย เนปาล ประเทศทิเบต ประเทศเกาหลี  จีน  ญี่ปุ่น ไต้หวัน
๒. หมีสุนัข
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Helarctos  malayanus  (Raffles)
มีชื่อพ้อง  Ursus  malayanus  Raffles
ชื่อสามัญว่า  Malayan  sun  bear
หมีคน ก็เรียกเป็นหมีชนิดที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ขนาดวัดจากปลายจมูกถึงโคนหางยาว ๑-๑.๔๐ เมตร  หางยาว ๓-๕ เซนติเมตร น้ำหนักตัว ๓๐-๔๐กิโลกรัม หัวกลม   ปากสั้น ตามลำตัวมีขนยาวสีดำ ทรวงอกมีขนสีขาวหรือสีขาวอมเหลืองเป็นรูปตัวยู (U) แต่ละขามี ๕ นิ้ว มีเล็บขนาดใหญ่ โค้ง ปลายแหลม ไม่หดกลับ มีเต้านม ๔ เต้ารอบๆอกและก็หน้าท้อง หมีสุนัขชอบออกหากินเป็นคู่ในยามค่ำคืน   ลางครั้งเจอในตอนกลางวันบ้าง ขึ้นต้นไม้ได้คล่องแคล่ว ทำรังนอนโดยดึงกิ่งไม้ เปลือกไม้   มาวางไว้ใต้ท้อง   แล้วปล่อยขาห้อยคร่อมกิ่งไม้ไว้ โดยการเอาคางเกยไว้ตรงง่ามไม้   ยืนด้วย ๒ ขาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยากมองดูในระยะไกลหรือมองหาศัตรู เวลาเข้ารังแกจะแผดเสียงร้องราวกับสุนัข อาหารที่กินเป็นพวกผลไม้ แมลง ผึ้ง ปลวก ใบไม้ สัตว์ขนาดเล็ก หมีหมาโตเต็มวัยพร้อมผสมพันธุ์เมื่ออายุราว ๓-๕ ปี มีท้องนานราว ๙๕ วัน ออกลูกทีละ ๑-๒ ตัว อายุยืนราว ๒๐ ปี เจอในทุกภาคของไทย  แต่ว่าพบบ่อยมากทางภาคใต้ ในต่างถิ่นพบที่ลาว กัมพูชา เวียดนาม ประเทศพม่า บังกลาเทศ   จีน   มาเลเชีย รวมทั้งอินโดนีเชีย
ดีหมีในยาจีน
ดีหมีเป็นเครื่องยาอย่างหนึ่งที่ใช้ในยาจีน มีราคาแพงมากและก็หายาก เครื่องยานี้มีชื่อภาษาละตินตามตำรายาว่า Fel  Ursi มีชื่อสามัญว่า bear  gall  จีนเรียก สงต่าน  (สำเนียงแมนดาริน) ได้จากถุงน้ำดีของหมี ๒ ชนิด คือ หมีควาย Selenarctos  thibetanus (G. Cuvier) รวมทั้งหมีสีน้ำตาล หรือ brown bear (Ursus  arctos  Linnaeus) ตระกูล Ursidae ชนิดหลังไม่พบในธรรมชาติในประเทศไทย ดีหมีที่ได้จากเขตยูนนาน โดยมากเป็นดีของหมีควาย จัดเป็นดีหมีที่มีคุณภาพเยี่ยมที่สุด ในทางการค้าขาย เรียก อวิ๋นต่าน  (ดีจากยูนนาน) แต่ดีหมีที่มีขายในตลาดเอาแต่ได้จากหมีที่พบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตเฮย์หลงเจียงและก็บริเวณจี๋หลิน ส่วนใหญ่ได้จากหมีสีน้ำตาล ในทางกิจการค้าเรียก ตงต่าน  (ดีจากภาคทิศตะวันออก) ซึ่งมีปริมาณมากกว่า
รูปแบบของดีหมี
ดีหมีแห้งมีรูปร่างกลม ยาวรูปไข่  ส่วนบนเรียวและกลวง ส่วนล่างเป็นถุงใหญ่  ยาว ๑๐-๒๐ เซนติเมตร  กว้าง ๕-๑๐ เซนติเมตร (ข้างล่าง) ผิวนอกสีน้ำตาลอมเทา สีน้ำตาลอมดำ หรือสีเหลืองอมสีน้ำตาล เป็นมันเล็กน้อย ส่วนบนใส มองได้เกือบทะลุผิวบางและก็ย่นย่อ เมื่อฉีกขาดจะมองเห็นเป็นเส้นใย ในถุงน้ำดีมีน้ำดีที่แห้งแล้วเป็นก้อนหรือเป็นเม็ด ลางทีก็เป็นผงหรือก้อนเหนียวๆสีเหลืองทอง เป็นมันเงา เปราะ ดีหมีที่มีสีเหลืองทองคำคล้ายสีอำพัน เนื้อบาง เปราะ เป็นเงาเงา มักเรียก ดีหมีสีทอง หรือ ดีหมีสีทองแดง ประเภททีมีสีดำหรือสีเขียวอมดำ แข็ง มีลักษณะเป็นแผ่น มักเรียก ดีหมีสีดำ  หรือ ดีหมีสีเหล็ก ส่วนชนิดที่มีสีเขียวอมเหลืองเนื้อเปราะ มักเรียก ดีหมีสีกะหล่ำดอกเมื่อเรียกลอง  ดีหมีมีรสขมก่อน ต่อมาจะรู้สึกหวาน กลิ่นหอมเย็นๆหรือ คาวน้อย อมในปากจะละลายกระทั่งหมด ดีหมีที่มีคุณภาพดีควรจะมีรสขม  เย็น ไม่ติดฟัน  ก้อนน้ำดีสีเหลืองทองคำวาวเงา รสขมตอนต้น  แล้วหวานตามหลัง
ของจริงหรือของปลอม
เนื่องจากดีหมีเป็นเครื่องยาที่หายาก จึงมีของเทียมขายมากในหลายรูปแบบ ดังเช่นว่า ปลอมด้วยดีหมู ดีวัว หรือดีแกะ แม้กระนั้นอาจตรวจทานดีหมีแท้ได้ด้วยวิธีการดังนี้
๑. ขั้นตอนการตรวจด้านกายภาพ บางทีอาจทำได้ด้วยการดูลักษณะทั่วไปด้านนอก และผิวและก็รูปร่าง ตรวจดูรูเปิดของถุงน้ำดีและก็รอบๆที่มัด ดูจำนวนของน้ำดีแห้ง (ถ้าหากมีมากมายรวมทั้งเต็มอาจเป็นของเลียนแบบ) ตรวจทานน้ำหนักของดี (ถ้ามีน้ำหนักมากจนเกินความจำเป็น บางทีอาจเป็นของคละเคล้าปลอมด้วยโลหะลางอย่างเช่นตะกั่ว หรือเหล็กผสมทราย) ตรวจด้วยการเอาผงดีหมีบางส่วนวางบนนิ้วชี้ หยดน้ำลงไป ๑ หยด แล้วขยี้ด้วยนิ้วหัวแม่มือ (แม้เป็นของแท้จะมีกลิ่นหอมสดชื่นเย็น) น้ำดีที่เป็นของแท้จะเปราะ แตกง่าย ได้ผลึกรูปหลายเหลี่ยม   (หากเป็นของปลอมจะเหนียวรวมทั้งแข็ง ไม่เป็นเงา) แม้กระนั้น กรรมวิธีการนี้จำต้องอาศัยประสบการณ์และก็ความเก่งมาก
๒. แนวทางเผาไฟ เอาเข็มเขี่ยๆผงดีหมีบางส่วน   เผาไฟ แม้เป็นของแท้จะปุดเป็นฟอง  แม้กระนั้นหากเป็นของปลอมจะติดไฟหรือเยิ้มเหลว หรืออาจมีปุดเป็นฟองแม้กระนั้นมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
๓. แนวทางตรวจด้วยน้ำ เพิ่มเติมน้ำลงในแก้วน้ำ ความจุราว ๓ ใน ๔ แก้ว เอาเกล็ดดีหมีเล็กน้อยใส่ลงเบาๆบนผิวน้ำ เกล็ดดีหมีนั้นจะหมุนอย่างรวดเร็วชั่วขณะหนึ่ง ขณะหมุนอยู่ก็จะละลายไปเรื่อยแล้วจมลงในน้ำ ทำให้เห็นเป็น “เส้นเหลือง” ลงสู่ตูดแก้ว เส้นเหลืองนี้คงอยู่ยาวนานกว่าจะหายไป ถ้าหากที่ผิวน้ำมีฝุ่นนิดหน่อยเมื่อใส่เกล็ดดีหมีลงบนผิวน้ำ   ผงดีหมีจะหมุนอย่างเร็วแล้วก็ผลักฝุ่นผงที่ผิวน้ำให้กระจัดกระจายออก นอกจากนั้น วิธีนี้ยังคงบางทีอาจใช้เหล้าขาวแทนน้ำ จะเกิดเส้นเหลืองให้มองเห็นด้วยเหมือนกัน
๔. แนวทางตรวจทางเคมี ทำได้โดยตรวจสาระสำคัญในดีหมีซึ่งไม่พบในดีของสัตว์อื่น คือ กรดเออร์โซเดสออกศซิวัวลิก (ursodesoxycholic acid)  อย่างเช่น ด้วยวิธีรงคเลขผิวบาง  (thin-layered  chromatography) หรือด้วยวิธีรงคเลขของเหลวสมรรถนะสูง  (high  performance  liquid  chromatography  หรือ  HPLC)

คุณประโยชน์รวมทั้งขนาดที่ใช้
ตำราเรียนจีนว่า ดีหมีมีรสขม ฤทธิ์เย็น ใช้เป็นยาลดไข้ แก้อาการชัก บำรุงสายตา ใช้เป็นยาเจริญอาหารและก็ยาตอบแทนน้ำดี เป็นยาช่วยเหลือคนไข้ที่สลบเนื่องด้วยไข้สูง ใช้หยอดตา ทาหัวริดสีดวงทวารหนักที่กระตุ้นให้เกิดลักษณะของการปวดบวม ใช้รับประทานเป็นยาแก้โรคตับอักเสบ โรคความดันโลหิตสูง โรคบิดเรื้อรัง ใช้ครั้งละ ๐.๖-๑.๕ กรัม   โดยชงน้ำดื่ม   หรือทำเป็นยาลูกกลอนก็ได้ หรือใช้ละลายน้ำนิดหน่อยเป็นยาทา หรือใช้ทำเป็นยาตาก็ได้
คุณประโยชน์ทางยา
หมอแผนไทยใช้ดีหมีเป็นเครื่องยารวมทั้งกระสายยา ตำราสรรพคุณยาโบราณว่าดีหมีมีรสขม หวาน มีคุณประโยชน์ดับพิษร้อนข้างใน แก้พิษเพ้อคลั่ง สติลอย ตาลอย บำรุงน้ำดี ขับขี่รถยาให้แล่นทั่วตัว ใช้ดีหมีเป็นยากระจายเลือดลิ่มสำหรับบุคคลที่ซ้ำซอกเนื่องจากว่าตกต้นไม้หรือตกจากที่สูง หรือถูกของแข็งชน ทำให้บวมช้ำ นอกเหนือจากดีหมีแล้ว แพทย์แผนไทยยังรู้จักใช้ “เขี้ยวหมี” เป็นเครื่องยาในตำรับยาหลายขนาน เช่น ยาปรับปรุงขนานหนึ่งใน พระคัมภีร์มหาโชตรัต ดังนี้ สิทธิการิยะ ถ้าใครกันแน่เปนไข้แลให้ร้อนภายในให้อยากน้ำนัก แลตัวผู้เจ็บป่วยนั้นให้กระด้างดุจดังขอนไม้แลท่อนฟืน ให้ตัวนั้นเปนเหน็บชาไปทั่วอีกทั้งกายหยิกไม่เจ็บ ท่านว่าเกิดรอยดำด้านในแลให้ปากแห้งคอแห้งผากฟันแห้งนมทุกข์ใจให้เปนต่างๆนั้น   ท่านว่ารอยดำผุดออกยังไม่สิ้นยังอยู่ในหัวใจนั้น   ถ้าเกิดจะแก้ให้เอารากกะตังบาย ๑   จันทน์ทั้งยัง ๒   สนเทศ ๑   ระย่อม ๑   มองดูนาศ ๑   รากแตงไม่มีอารยธรรม ๑   รากหมูปลดปล่อย ๑   หัวมหารอยดำ ๑   หัวกะยามเช้าผีมด ๑   รากไคร้เครือ ๑   ใบหยุด ๑   ใบภิมเสน ๑   ใบเฉมีดพร้าหอม ๑   ใบทองพันชั่ง ๑   เขากวาง ๑   งา ๑   เขี้ยวเสือ ๑   เขี้ยวหมี ๑   เขี้ยวไอ้เข้ ๑   เขี้ยวหมูป่า ๑   เขี้ยวแรด ๑   กรามนาคราช ๑   เขี้ยวปลาพยูน ๑   เกสรดอกบัวน้ำทั้งยัง ๗   ผลสมอพิเภก ๑   เทียนดำ ๑   ใบสทายใจ ๑   เปลือกไข่เป็ดสด ๑   ผลจันทน์ ๑   ดอกจันทน์ ๑   สมอไทย ๑   รากมะรุมบ้าน ๑   รวมยาทั้งนี้เอาเท่าเทียม   ทำผง   แล้วจึงบดปั้นแท่งไว้   ฝนด้วยน้ำดอกไม้   อีกทั้งรับประทานทั้งพ่น   แก้สรรพไข้ทุกอันดังที่กล่าวผ่านมาแล้วมานั้น   หายแล อนึ่ง “เขี้ยวหมี”   เป็นเครื่องยาอย่างหนึ่งในพิกัดยาไทยที่เรียก “นวเขี้ยว”   หรือ “เนาวเขี้ยว”   ยกตัวอย่างเช่น   เขี้ยวหมูป่า   เขี้ยวหมี   เขี้ยวเสือ   เขี้ยวแรด   เขี้ยวสุนัขป่า   เขี้ยวปลาพะยูน   เขี้ยวจระเข้  เขี้ยวแกงเลียงผา   และก็งา

13
ขายสินค้า ทั่วไป / สัตววัตถุหมูหริ่ง
« เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2017, 06:52:18 PM »

หมูหริ่ง
หมูหริ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่รับประทานพืชและก็เนื้อ
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Arctonyx collaris  F. Cuvier
จัดอยู่ในตระกูล Mustelidae
มีชื่อสามัญ hog badger
ชีววิทยาของหมูหริ่ง
ลำตัวและก็จมูกเหมือนหมู ขนาดวัดจากปลายจมูกถึงโคนหางยาว ๖๕-๑๐๔ ซม. หางยาว ๑๒-๑๗ ซม. หูยาว ๓.๕-๔ เซนติเมตร น้ำหนักตัว ๗-๑๔ กก.   ขนหยาบคาย หางสั้น คอสีขาว เล็บยาวโค้งแหลม อุ้งเท้าใหญ่ เหมาะสำหรับการขุดคุ้ยดิน ขนตามลำตัวสีออกเหลือง เทา แล้วก็ดำ จะแปรไปตามฤดูกาล โดยมีแถบสีดำดาดลงมาจากส่วนหู ผ่านตาทั้ง ๒ ข้างลงมาถึงจมูก มีแถบสีขาวจากหน้าผากลงมาถึงริมปากบน รวมทั้งมีแถบสีขาวอีกจุดหนึ่งตรงแก้ม คอและก็ขนที่ขอบหูสีขาว เป็นสัตว์ที่มีกลิ่นเต่าแรงมาก จมูกไว กระปรี้กระเปร่า ตามปรกติถูกใจออกหากินกลางคืน ส่วนกลางวันหลบตัวตามโพรงดินหรือโพรงไม้ ชอบเขี่ยดินหาอาหารด้วยจมูกรวมทั้งเล็บเท้า   หมูหริ่งเป็นสัตว์ดุร้าย ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในฤดูหนาวถึงฤดูร้อน ตั้งครรภ์นานราว ๑๘๐ วัน คลอดทีละ ๒-๔ ตัว ระยะแรกๆลูกๆจะอยู่ในโพรงดิน จวบจนกระทั่งจะแข็งแรงพอจึงจะออกมาทำมาหากินพร้อมกับแม่  อายุยืน ๖-๗ ปี  ของกินเป็นพวกผลไม้ หน่อไม้ หนู กิ้งก่า แมลง แล้วก็ไส้เดือน ในประเทศไทยพบมากทางภาคเหนือรวมทั้งภาคใต้ ในต่างถิ่นพบที่ประเทศอินเดีย จีน เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม เขมร มาเลเชีย รวมทั้งอินโดนีเชีย

ประโยชน์ทางยา
หมอแผนไทยรู้จักใช้ “น้ำมันหมูหริ่ง” อันเป็นน้ำมันที่ได้จากการต้มมันเปลวหมูหริ่ง เป็นยาพื้นสำหรับเพื่อการเตรียมยาน้ำมันหรือยาขี้ผึ้ง ดังเช่นว่าในตำรับยาขนานที่ ๖๙ สีผึ้งบี้พระเส้น

14

ควาย
ควายบ้าน หรือ water buffalo (ที่เรียกแบบนี้ด้วยเหตุว่าควายไม่มีต่อมเหงือกสำหรับระบายความร้อนจากร่างกาย ก็เลยถูกใจอยู่กับน้ำ)
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bubalus bubalis (Linnaeus)
จัดอยู่ในสกุล Bovidae ปรับปรุงมาจากควายป่า
ชีววิทยาของควายป่า
ควายป่า หรือ wild water buffalo  มีลักษณะเด่นเป็นเขายาว (มีความยาวเฉลี่ยราว ๑๕๐ เซนติเมตร) เมื่อตัดตามขวางจะมองเห็นเขาเป็นสามเหลี่ยม มีรูปร่างทั่วๆไปคล้ายควายบ้าน แต่ว่าขนาดทุกส่วนมากกว่ามาก ถ้าหากยืนเทียบกับควายบ้านจะดูอย่างกับว่าบิดากับลูก ความสูงที่ไหล่ของเพศผู้ราว  ๑.๘๐  เมตร น้ำหนัก  ๘๐๐-๑๒๐๐ กก. โคนเขาหนา วงเขากว้าง ปลายเขาแหลม ตอนล่างของเท้าอีกทั้งสี่มีสีขาว คล้ายใส่ถุงเท้าขาว ใต้คอมีลายขาวเป็นรูปลิ่มสามเหลี่ยมสันกว้าง ควายป่าเป็นสัตว์ที่ถูกใจอยู่เป็นฝูงใหญ่ๆควายในฝูงส่วนมากเป็นตัวภรรยาแล้วก็เพศผู้ที่ยังมีอายุน้อย เมื่อเพศผู้มีอายุมากยิ่งขึ้น มักปลีกตัวออกจากฝูงไปอยู่และทำมาหากินสันโดษเป็นควายโทน ในฝูงหนึ่งมีผู้นำฝูงสำหรับผสมพันธ์เพียงแค่ตัวเดียว ควายป่าชอบทำมาหากินตามป่าและท้องทุ่งไม่ไกลจากแหล่งน้ำ เมื่อกินอิ่มและชอบนอนปลักโคนหรือนอนแช่น้ำในลำห้วย โคลนตมช่วยทำให้คุ้มครองปกป้องควายไม่ให้ยุ่งเหลือบกัดมากเท่าไรนัก ควายป่ามีถิ่นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ภาคกึ่งกลางของประเทศอินเดีย จนกระทั่งรัฐอัสสัม ประเทศพม่า และ ประเทศในแหลมอินโดจีนทั้งสิ้น รวมถึง ไทย ลาว เวียดนาม รวมทั้งกัมพูชา และประเทศไทยเคยมีควายป่าชุกชุมตามลำธารที่ราบต่ำธรรมดา (ยกเว้นภาคใต้) เดี๋ยวนี้มีคงเหลือเฉพาะที่เขตรักษาประเภทสัตว์ป่า ห้วยขาแข้ง   จังหวัดอุทัยธานีเพียงแต่ที่เดียว มนุษย์จับควายป่ามาเลี้ยงเพื่อใช้งานแต่โบราณ ขนาดตัวของมันก็เลยเล็กลงด้วยเหตุว่าอดอาหารและบริหารร่างกายเสมือนควายป่า ควายที่มีสีผิวอ่อนหรือสีออกชมพูๆเรียก ควายเผือก (pink  buffalo)
                             
ผลดีทางยา
หมอแผนไทยรู้จักใช้น้ำนมควาย เขาควายเผือก รวมทั้งกระดูกควายเผือก เป็นเครื่องยา ดังนี้
๑.น้ำนมควาย ได้จากเต้านมของควายบ้านเพศภรรยาที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ตำราเรียนยาคุณประโยชน์โบราณว่า นมกระบือมีรสหวาน ร้อน มีคุณประโยชน์แก้พรรณดึก ทำให้เจริญอาหาร โบราณใช้น้ำนมกระบือเป็นทั้งยากระสายยาและก็เครื่องยา ยาขนานที่  ๖๖ ใน แบบเรียนพระยาพระนารายณ์ เข้า “น้ำนมกระบือ” (น้ำนมควาย) เป็นเครื่องยาอย่างหนึ่ง ร่วมกับ  “น้ำนมแกะ” และเครื่องยาอย่างอื่นอีกหลายชนิด  (มองเรื่อง”แกะ”  หน้า  ๒๓๗-๒๓๘)
๒.เขาควาย หนังสือเรียนยาสรรพคุณโบราณว่า เขาควายมีรสเย็น ควาย แก้สรรพพิษ แก้ร้อนใน ทำลายพิษ แก้พิษไข้ เป็นต้น พระคัมภีร์ปฐมจินดาร์ให้ยาขนานหนึ่ง เข้า “เขาควายเผือก” (เขาควายเผือก) เป็นเครื่องยาด้วย ดังต่อไปนี้ อันว่าลักษณะกุมารเด็กหญิงผู้ใดกัน เกิดมาในวันจันทร์ วันพุฒ คลอดตอนเวลาเช้าเวลาเที่ยงก็ดี เมื่อคุณแม่ออกมาจากเรือนไฟแล้วราว ๓ เดือน จึงตั้งกำเนิดทรางน้ำทรางสะกอเจ้าเรือน เมื่อจะมีขึ้นนั้น เป็นตั้งแต่คอถึงเพดานลุปากจำพวกหนึ่ง จำพวกหนึ่งกินนอกไส้ขึ้นมาจนถึงลิ้น จึงปฏิบัติให้ลงแดง ให้อยากดื่มน้ำ ให้เชื่อม หากหมอวางยาถูกใจกุมารผู้นั้น ก็เลยจะได้ชีวิตคืน หากจะแก้ท่านให้เอา เขาควาย ๑ เขาเบ็ญกานี ๑  สีเสียดทั้งยัง ๒  ดอกบุนนาค ๑ เกสรบัวหลวง น้ำประสานทอง ๑  กระเทียม ๑  รวมยา  ๘  สิ่งนี้เอาเสมอภาค ทำเป็นจุณบดทำแท่ง ละลายน้ำจันทร์รับประทาน แก้ลงท้องเพื่อทรางน้ำ พระหนังสือไกษยให้  “ยะประจำธาตุไกษยปลวก” ขนานหนึ่ง เข้า  “เขาควาย” เป็นเครื่องยาด้วย  ดังต่อไปนี้ ยาประจำธาตุไกษยปลวก เอาเขาควายเผา ๑  ผลสบ้าเผา ๑ ปูนแห้งข้างเตาเผา ๑  สิ่งละ  ๑ ส่วน  พริกไทย  ๓  ส่วน ตำเป็นผงบดทำแท่งไว้ละลายน้ำปูนใสรับประทาน แก้ไกษยปลวก และเจริญธาตุให้สม่ำเสมอวิเศษนัก ยาจีนใช้เขาควายแก้อาการสลบ รวมทั้งในโรคติดเชื้อแบบเฉียบพลันที่ทำให้จับไข้สูง และก็อาการเลือดออกเนื่องมาจากความร้อนภายใน
๓.กระดูกควาย ยาไทยนิยมใช้  “กระดูกควายเผือก” เป็นเครื่องยาอย่างหนึ่ง ตัวอย่างเช่น  ยาแก้โรคเรื้อนรับประทานกระดูก ใน พระตำราชวดาร ดังต่อไปนี้ ยาต้มแก้โรคเรื้อนกินกระดูกให้ขัดในข้อ   เอากระดูกช้าง  ๑   กระดูกแพะ  ๑   กระดูกควายเผือก  ๑   กระดูกสุนักข์ดำ  ๑  เถาวัวคลาน  ๑  ป่าช้าหมอง  ๑  หญ้าหนวดแมว  ๑  ยาเข้าเย็นเหนือ  ๑  ยาเข้าเย็นใต้  ๑  ยาดังนี้เอาเท่าเทียมกัน   ดองสุราก็ได้   ต้มก็ได้กินแก้พยาธิแลโรคเรื้อน

Tags : ถั่งเช่า

15

ขายถั่งเช่าสรรพคุณสุดยอดราชาแห่งสมุนไพรจีน
ขายถั่งเช่า ยังสามารถมีสรรพคุณมากอีกด้วย ถั่งเช่าช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับคนไข้ที่เป็นเบาหวาน แล้วก็ลดคอเลสเตอรอล
ช่วยลักษณะการทำงานของตับในเรื่องของดีท็อกซ์ ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นขายส่งถั่งเช่ารูปแบบการทำงานของไตให้ดีขึ้น
สร้างโปรตีนจำพวกสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มกระตุ้น สมรรถภาพทางเพศอีกทั้งหญิงแล้วก็ชาย ซึ่งได้รับนามสมมุติอีกอย่างหนึ่งว่า ไวอกร้าแห่งแนวเขาหิมาลัย
ต้านทานอาการหมดแรง รวมทั้งทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นรับผลิตถั่งเช่ารูปแบบการทำงานของร่างกาย
กระตุ้นลักษณะการทำงานของเม็ดเลือดขาว ลดการเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง
กระแสขายถั่งเช่ายังมีความนิยมชมชอบบำรุงสุขภาพด้วยการกินสมุนไพรจีนเพื่อบำรุงร่างกายมีมากยิ่งขึ้น ซึ่ง ‘ถั่งเช่า’ เองนั้นเป็นอีกหนึ่งชนิดขายถั่งเช่าอาหารเสริมสำหรับคนที่ต้องการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นจนกระทั่งคนวัยชราหรือผู้ที่อยากปรับสมดุลในช่วงวัยทอง
โดยแพทย์แนะนำเรื่องการเลือกซื้อ ‘ถั่งเช่า’ ว่า “ปัจจุบันในตลาดจะมีทั้งยังแบบธรรมชาติหรือการเพาะเลี้ยงเองเป็นช่องทาง มีสายพันธุ์มากกว่า 600 สายพันธุ์ ซึ่งจากการทดสอบนั้น ‘ถั่งเช่า’ สายพันธุ์ Cordyceps Sinesis จะออกฤทธิ์เจริญที่สุดรวมทั้งมีผลขายส่งถั่งเช่าศึกษาค้นคว้ารับรองแน่นอน การเลือกกินสมุนไพร ‘ถั่งเช่า’ เป็นอาหารเสริมนั้น จำเป็นจะต้องเลือกจากแหล่งผลิตที่ไว้ใจได้ผ่านวิธีการที่ถูก”
เป็นไงบ้างกับความเป็นจริงที่สามารถทำให้พวกเรามีร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ รีบลุกขึ้นยืน!! แล้วหาสิ่งดีดีให้กับตัวเองดีมากยิ่งกว่าค่ะ
ขายถั่งเช่าประโยชน์ของถั่งเช่า ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ มีฤทธิ์ชูกำลังทางเพศ ช่วยให้สเปิร์มแข็งแรง เนื่องด้วยการกินถั่งเช่าจะนำมาซึ่งการทำให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากงานศึกษาเรียนรู้ในต่างแดนพบว่าการกินถั่งตังถั่งเช่าแคปซูลถั่งเช่าคุณประโยชน์ช่วยบำรุงหลอดเลือด
ช่วยบำรุงปอด ช่วยทุเลาลักษณะของการเจ็บหน้าอก
ขายถั่งเช่า[/url]ช่วยในเรื่องระบบทางเท้าหายใจ แก้อาการไอเรื้อรัง รักษาถุงลมโป่งพอง ช่วยบำบัดรักษาโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
ช่วยบรรเทาและก็รักษาลักษณะของโรคอาการหอบหืด
แคปซูลถั่งเช่า ช่วยแก้วัณโรค ถุงลมโป่งพองหรืออาการเปลี่ยนไปจากปกติในระบบปอดและก็หัวใจ
เซลล์ของมะเร็ง}และก็ลดการแพร่กระจายของเซลล์ของโรคมะเร็งได้
ช่วยลดความดันเลือด อาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยโรคเบาหวานไวต่ออินซูลินเยอะขึ้นเรื่อยๆ ช่วยจัดแจงน้ำตาลภายในร่างกายรับผลิตถั่งเช่าได้ดิบได้ดีขึ้น
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และรักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลในเส้นโลหิต
ช่วยต่อต้านไม่ให้เกิดไขมันแข็งตัวจากการถูกออกซิไดซ์โดยอนุมูลอิสระ
ช่วยปกป้องไขมันเลวทราม (LDL) ไม่ให้เกาะในหลอดเลือด
ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดให้คล่องแคล่ว ช่วยขยายเส้นเลือด แล้วก็เพิ่มปริมาณของเลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงปอดและก็หัวใจ เพิ่มระดับออกซิเจนแล้วก็ช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนเลือด ทุเลาอาการขาดออกซิเจน
ขายถั่งเช่าช่วยบำรุงรักษารวมทั้งทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นของตับรวมทั้งไตให้ดีขึ้นจากการค้นคว้าพบว่าถั่งเช่าช่วยให้คนเจ็บที่เป็นโรคไตวายเรื้องรัง มีอาการดียิ่งขึ้นสูงถึง 51% ภายหลังจากรักษาด้วยการใช้ถั่งเช่าเพียง 1 เดือน
สรรพคุณของถั่งเช่า ช่วยรักษาคนไข้ที่ธาตุหยางพร่องในไต (หรือลักษณะของการปวดหลัง กลัวหนาว เข่าเย็น หรือฉี่หลายครั้ง
ขายถั่งเช่า มีฤทธิ์สำหรับในการช่วยยั้งพิษจากแบคทีเรียรวมถึงแบคทีเรียวัณโรคด้วย
ถั่งเช่า สรรพคุณช่วยลดการอักเสบ
สรรพคุณ ถั่งเช่าช่วยห้ามเลือด
สำหรับนักกีฬาสมุนไพรจำพวกนี้จะช่วยเพิ่มสมรรถนะของนักวิ่งให้ดียิ่งขึ้น
คุณประโยชน์ถั่งเช่าสำหรับสตรีใช้เป็นยาบำรุงช่วยทำให้มีลูกง่ายดายมากยิ่งขึ้น ช่วยปรับเมนส์ทำให้เลือดลมเดินดียิ่งขึ้น
ขายถั่งเช่า ขายส่งถั่งเช่า รับผลิตถั่งเช่า เเคปซูลถั่งเช่า
สมุนไพรอื่นๆ
คุณประโยชน์กวาวเครือขาว
หัวกวาวเครือขาว รสเย็นเบื่อเมา บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง บำรุงสุขภาพ ชูกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะสำหรับผู้สูงอายุ แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้เหน็ดเหนื่อย ผอมเกร็ง นอนไม่หลับ มีฮอร์โมนเพศหญิงสูง ทาหรือรับประทานทำให้เต้านพขยายตัว เส้นผมดกดำ เพิ่มเส้นผม เป็นยาปรับรอบเดือนอาจทำให้แท้งบุตรได้ บำรุงความกำหนัด ทำให้อวัยวะสืบพันธุ์รวมทั้งมดลูกมีเลือดมาคั่งเยอะขึ้น บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้รุ่งเรือง แก้โรคจาฟาง ต้อกระจก ทำให้ความจำดี ทำให้มีพลัง เคลื่อนคล่องแคล่ว บำรุงเลือด กินได้นอนหลับ ผิวหนัง
คุณประโยชน์เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ มีสารที่มีผลต่อการบำบัดรักษาโรคหลายชนิด แบ่งออกเป็น 3 ชนิดใหญ่ๆคือ สารจำพวกที่ละลายน้ำ 30% สารละลายอินทร์ 65% และก็สาระเหย 5% มีสาระสำคัญอย่างเช่น polysaccharide, triterpenoids, Germanium, Ganoderic, Essence รวมทั้งวิตามินและแร่ ซึ่งช่วยสร้างภูไม่ต้านทานทางโรค ต่อต้านมะเร็ง บำรุงตับ บำรุงสมองแล้วก็ระบบประสาท ปรับสมดุลให้แก่ร่างกาย เหมาะกับบำรุงร่างกายเนื่องด้วยมีความปลอดภัยสูง โพลีแซคติดอยู่ไรค์ (polysaccharide) เป็นสาระสำคัญในเห็ดหลินจือที่จะช่วยเสริมสร้างหลักการทำงานของร่างกาย เป็นกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ต้านมะเร็ง ปกป้องการลุกลามของเซลล์ของมะเร็ง ช่วยปรับปรุงหลักการทำงานของตับอ่อน ปรับระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยขจัดพิษ แต่เพราะว่า polysaccharide มีโครงสร้างที่ซับซ้อนอาจจะส่งผลให้ย่อยยากควรต้องรับประทานวิตามินซีหรือของกินที่มีวิตามินซีสูง เพื่อช่วยสำหรับในการซับสาร polysaccharide เข้าสู่ร่างกายเยอร์มาเนียม (Germaniuum) ในดอกเห็ดหลินจือมีเยอร์มาเนียมสูงถึง 800 – 2000 ppm สารเยอร์มา – เนียมมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายดังต่อไปนี้

  • ออกซิเจนในเลือด 4. รักษามะเร็ง
  • กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย 5. ทำให้การไหลเวียนของเลือด
  • สมอง บำรุงประสาท 6. กำจัดสารพิษ บำรุงตับ รักษาตับ


ตรีเทอร์ป่ายปีนอยด์ (Tritepenoids) เป็นประโยชน์ต่อร่างกายดังต่อไปนี้

  • ต้านมะเร็ง 4. ลดโคเลสเตอคอยล ปรับไขมันภายในร่างกายให้ปกติ
  • ควบคุมระดับความดันโลหิตให้ปกติ 5. เสริมสร้างระบบที่ทำการย่อยอาหารให้
  • ควบคุมภูมิแพ้ 6. กระตุ้นรูปแบบการทำงานของเม็ดเลือดขาว


สารกาโนเดอริก (Ganoderic Essence) ช่วยลดระดับความดันเลือด ลดไขมันในเส้นเลือดแล้วก็คุ้มครองการ
ตันของไขมันข้างในเส้นเลือด
การใช้ประโยชน์รากสามสิบ
ตำรับยาสมุนไพรรากสามสิบ ท้องถิ่นใช้ ราก ต้มน้ำแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับลมแบบเรียนยาไทย  ใช้ ราก ซึ่งมีรสเย็น หวานชุ่ม ใช้แก้ขัดค่อย ขับเยี่ยว รวมทั้งขับเสมหะ บำรุงทารกในท้อง บำรุงตับปอด แก้ตับปอดทุพพลภาพ ชูกำลัง แก้กษัย ใช้ ทั้งยังต้นหรือราก ต้มน้ำดื่ม แก้แท้งลูก ราก มีรสเฝื่อนเย็น กินเป็นยาแก้พิษร้อนในอยากกินน้ำ แก้ปวดเมื่อย ครั่นตัว ฝนทาแก้พิษแมลงป่องกัดต่อย แก้ปวดฝี ทำให้เย็น ถอนพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน บำรุงตับ ปอด ชูกำลัง ผสมกับเหง้าขิงป่า และต้นจันทน์แดงผสมสุราโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน  ผล มีรสเย็น ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับ ไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง  ตำราเรียนยาโบราณของไทยบอกว่า ต้นสามสิบเป็นยาบำรุงสำหรับสตรีชั้นยอดเยี่ยมตัวหนึ่ง โดยให้เอารากต้มน้ำกินหรือปั้นเป็นลูกกลอนรับประทานกับน้ำผึ้ง ช่วยแก้เมนส์มาไม่ปกติปวดเมนส์ ภาวการณ์มีลูกยาก ภาวการณ์หมดประจำเดือน บำรุงน้ำนม บำรุงครรภ์  บำรุงปอด ตับ ลดน้ำตาลในเลือด แก้โรคคอพอก รากใช้ฝนทาแก้อาการปวดฝี ทำให้เย็น ช่วยถอนพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน ช่วยบรรเทาอาการระคาย รากใช้รับประทานเป็นยาแก้ลักษณะของการปวดเมื่อย ครั่นตัว ช่วยแก้ลักษณะของการปวดข้อรวมทั้งคอ รวมทั้งคนทางภาคเหนือบ้านเราจะใช้รากสามสิบทำเป็นยาดอง ใช้รับประทานเป็นยาบำรุงสำหรับเพศชาย รับประทานแล้วกระปรี้กระเปร่าเสมือนม้า 3 ตัว ก็เลยมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ม้าสามต๋อน” ส่วนหมอยาโบราณจะใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อ “สาวร้อยสามี” หรือ “สามร้อยผัว” พูดอีกนัยหนึ่งไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ยังสามารถมีลูกมีผัวได้ อายุเท่าไรก็ยังดูสาวเสมอ มีฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรีย ต้านทานเชื้อรา ลดการอักเสบ แก้อาการปวด คลายกล้ามเนื้อของมดลูก บำรุงหัวใจ คุ้มครองป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดขึ้นจากความดันเลือดสูง ขับนม มีฤทธิ์ราวกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ยั้งโรคเบาหวาน ลดระดับไขมันในเลือด กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง ยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ยับยั้งพิษต่อตับ ช่วยลดความดันโลหิตต้นรากสามสิบมีคุณประโยชน์ในเรื่องการฟื้นฟูความสาว เป็นสมุนไพรที่ได้กล่าวไว้ในคัมภีร์พระเวท ของประเทศอินเดีย มีชื่อเป็นภาษาบาลีสันสกฤตว่า ศตาวรี (Shatawari) แสดงว่า ต้นไม้ที่มีรากเป็นร้อยๆหรือบางตำราหมายความว่าสตรีที่มีสามีเป็นคนร้อยคน พูดได้ว่ามีการใช้สมุนไพรชนิดนี้มานานเป็นพันๆปีในอินเดียนิยมกินน้ำคั้นสดกับนม ต้มน้ำคั้นสดกับนม หรือผงแห้งกับเนย และยังใช้เป็นยาอื่นๆอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น แก้ไอ รักษาโรคแผลในกระเพาะ แก้บิด แก้ไข้ แก้อักเสบ แก้อาการท้องอืด บำรุงน้ำนม ขับเยี่ยว ส่วนการใช้ประโยชน์ รากสามสิบในด้านอื่นๆก็มีอีกอาทิเช่น ในอินโดนีเซียนำรากที่มีลักษณะเป็นหัวใบเคลือบน้ำตาลใช้เป็นของหวาน ในอินโดนีเซียใช้หัวเคลือบน้ำตาลรับประทานเป็นยากระตุ้นสมรรถนะทางเพศ ใช้กระตุ้นนมในวัวนม แล้วก็ใช้เป็นไม้ประดับ ในไทยนำรากไปเชื่อมหรือแช่อิ่มกิน ทางภาคใต้นำส่วนเหนือดินมาใส่ด้านในแกงส้มและแกงเลียง
สรรพคุณพลูคาว
พลูคาว เป็นสมุนไพรที่ให้ รสเผ็ด มีกลิ่นเหมือนคาวปลา เป็นยาเย็น แก้กามโรค เข้าข้อ แก้น้ำเหลืองเสีย ทำให้แผลแห้ง ออกฤทธิ์ต่อปอดและก็ตับ ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้พิษ ขับฉี่ แก้บวมน้ำ รักษาปอดอักเสบเป็นหนอง หลอดลมอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้ไอ รักษาติดเชื้อทางเท้าปัสสาวะ ไตอักเสบบวมน้ำ ลำไส้อักเสบ เต้านมอักเสบ หูชั้นกึ่งกลางอักเสบ แก้บิด แก้ริดสีดวงทวาร ข้างนอกใช้แก้พิษงู แมลงกัดต่อย แก้โรคผิวหนังกลากโรคเกลื้อน ฝีอักเสบ ทาข้างนอกให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังในรอบๆนั้นมากมาย ปอดอักเสบ ไข้มาลาเรีย แก้โรคผิวหนังผื่นคัน  ฝีฝักบัว  ฝีแผลเปื่อย และพอกในรายกระดูกหัก และโรคหนองใน มีฤทธิ์สำหรับในการช่วยต้านมะเร็ง ยับยั้งการเติบโตของเซลล์ของโรคมะเร็ง  มีฤทธิ์ในการช่วยบำบัดฟื้นฟูโรคความดันโลหิตสูง  ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ยับยั้งโรค ช่วยต่ออายุผู้ป่วยให้อยู่สู้โรคได้เป็นเวลานานมากขึ้น  ช่วยยั้งเบาหวาน รักษาความสมดุลของร่างกาย   ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้น ใช้ทารักษาแล้วก็ช่วยต้านเชื้อโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่   ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยา ช่วยรักษาอาการติดเชื้อโรคเฉียบพลัน ติดเชื้อทางเท้าหายใจ   ใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้น ใช้ทารักษาคางทูม ต่อมทอนซิลอักเสบ และปอดอักเสบในเด็ก   กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวช่วยรักษาภาวะภูมิแพ้ อาการหอบหืด ใช้เป็นยาระบาย ของกินไม่ย่อย  ช่วยขับพยาธิ  รักษาโรคตับอักเสบจำพวกโรคดีซ่าน  รักษาแผลอักเสบรอบๆคอมดลูก รักษาการอักเสบบริเวณเชิงกราน   มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ช่วยยับยั้งการเติบโตของไวรัสจำพวกต่างๆยกตัวอย่างเช่น ฝีดาษ ฝึก งูสวัด เริม เอดส์ (HIV)  เหมาะสมกับคนไข้แล้วก็คนที่ต้องการบำรุงร่างกาย ผู้ป่วยในระยะพักฟื้นช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ทำให้โรคต่างๆมีลักษณะดียิ่งขึ้น  ใช้ควบคู่กับการดูแลรักษาด้วยเคมีบำบัดรักษาหรือการฉายรังสี จะช่วยทำให้คนไข้มีอาการแพ้ลดน้อยลง เมืองจีน ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ใช้ต้นเป็นยาลดไข้ ขจัดสารพิษ รักษาแผลในกระเพาะรวมทั้งลดการอักเสบ ประเทศเกาหลีใช้พลูคาวเป็นยาลดความดันเลือดสูง สภาวะเส้นเลือดแข็งตัวเพราะมีการสะสมของไขมัน (atherosclersis) และก็โรคมะเร็ง ส่วนเนปาลใช้ลำต้นใต้ดินในตำรับยาที่เกี่ยวกับโรคของสตรี ขับระดู ใช้ทั้งยังต้นเป็นยาย่อยอาหาร บรรเทาอาการอักเสบ ใบใช้สำหรับการรักษาโรคผิวหนัง แก้บิดและริดสีดวงทวาร
สรรพคุณ ดอกดาวเรือง
ดอกดาวเรือง รสขม ฉุนนิดหน่อย ใช้ละลายเสลด, แก้มึนหัว, ตาแดง, ลดไข้, บำรุงตับ, แก้ร้อนใน,ไอหวัด,โรคไอกรน, เต้านมอักเสบ, เป็นแผลมีหนอง, บำรุงสายตาใบ รสชุ่มเย็นมีกลิ่นฉุน ใช้แก้ฝีหนอง อาการบวมโดยไม่รู้เรื่องสาเหตุ,ลดการตำหนิเชื้อ น้ำมันหอมระเหย มีสรรพคุณแก้วิงเวียนหัว หน้ามืด เป็นลม สามารถคุ้มครองปกป้องผิวแห้ง ผิวแตกลาย บำรุงผิว บำรุงเส้นผม
ราก มีรสขมเผ็ดน้อย มีฤทธิ์เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อปอดรวมทั้งตับ ใช้เป็นยาระบายน้ำคั้นจากใบใช้แก้อาการหูเจ็บ ปวดหู ช่วยแก้ลักษณะของการปวดฟัน ช่วยรักษาปากเปื่อย แผลเน่าเปื่อย ช่วยแก้อาการปวดท้อง ใช้เป็นยาขับพยาธิเภสัชตำรับของเม็กซิโก เคยใช้ดอกรวมทั้งใบต้มน้ำดื่มใช้ขับลมและก็ขับปัสสาวะ  ในอินเดีย น้ำคั้นจากดอกใช้ฟอกเลือดและแก้ริดสีดวงทวาร ในบราซิล ใช้ดอกชงน้ำหรือต้นน้ำรับประทาน แก้อาการปวดตามข้อ

Tags : รับผลิตถั่งเช่า

หน้า: [1] 2 3
Sorry, the copyright must be in the template.
Please notify this forum's administrator that this site is missing the copyright message for SMF so they can rectify the situation. Display of copyright is a legal requirement. For more information on this please visit the Simple Machines website.